Feeds:
Posts
Comments

[บทความโดย พี่กวาง Apiradee Poungjit]

การเรียนระดับปริญญาที่เนเธอร์แลนด์นั้น จะแบ่งสถานศึกษาออกได้เป็น 2 ประเภท คือ

1. โฮคเคอะสโคล (hogeschool หรือ การศึกษาระดับฮาเบโอ HBO-Hoger beroepsonderwijs) ซึ่งแปลเป็นไทยตามตัวอักษรคือ โรงเรียนฝึกวิชาชีพขั้นสูง แต่ความหมายโดยรวมแล้วน่าจะราวๆ “วิทยาลัย” เพราะการเรียนจะง่ายกว่าระดับมหาวิทยาลัยในเนเธอร์แลนด์ การเรียนในโฮคสโคลจะเรียน 4 ปีแล้วได้รับปริญญาตรี การเรียนในโฮคสโคลจะเน้นภาคปฏิบัติมากกว่าทฤษฎี บางโฮคสโคลมีเปิดขั้นปริญญาโทด้วย แต่คุณภาพการศึกษาระดับปริญญาโทและการได้รับความยอมรับ อาจไม่เท่ากับการเรียนปริญญาโทสาขาเดียวกันในมหาวิทยาลัย

2. มหาวิทยาลัย (universiteit-อูนิเแฟร์ซิไต๋ทฺ หรือ การศึกษาระดับเวโอ WO- Wetenschappelijk onderwijs = scientific education) การเรียนในมหาวิทยาลัยระบบดัชต์สมัยก่อน สาขาวิชาส่วนใหญ่จะใช้เวลาเรียน 4 ปี โดยนักศึกษาต้องสอบให้ผ่านปีแรก (propedeuse-โพรเพอะเด๊าเสอะ) ถึงจะมีสิทธิได้เรียนต่อในปีต่อไป และบัณฑิตที่จบออกมาจะได้คำนำหน้าชื่อว่า drs. ย่อมาจากภาษาละตินว่า doctorandus (ด็อกเตอะรันดึส) แปลประมาณว่า “ผู้ที่พร้อมเรียนต่อปริญญาเอก” หลักสูตรปริญญานี้เทียบเท่ากับเรียนจบขั้นปริญญาโท (โดยที่ไม่ได้แบ่งแยกปริญญาตรีและปริญญาโทออกจากกัน) [บางสาขาวิชา จะมีคำนำหน้าชื่อบัณฑิตที่แตกต่างออกไปจาก drs. เช่น mr. สำหรับสาขานิติศาสตร์, ir. สำหรับสาขาวิศวกรรมศาสตร์]

ไม่กี่ปีที่ผ่านมานี้ได้มีการแบ่งแยกหลักสูตรปริญญาตรีและปริญญาโทออกจากกันในการเรียนระดับมหาวิทยาลัย เพื่อให้เกิดความเป็นสากลตามระบบการศึกษาในสหภาพยุโรป (European Union) สำหรับสาขาวิชาส่วนใหญ่ในเนเธอร์แลนด์นั้น ปี1-3 เป็นการเรียนระดับปริญญาตรี เมื่อจบปีสามนักศึกษาดัชต์จะได้รับปริญญาตรี ส่วนปีที่ 4 เป็นการเรียนระดับปริญญาโท พอเรียนจบปีสี่ก็จะได้รับปริญญาโท หลักสูตรปริญญาโทโดยปกติจะใช้เวลาเรียน 1 ปี (ถ้าทำวิทยานิพนธ์เสร็จทันตามกำหนด) มีปริญญาโทบางหลักสูตรที่ใช้เวลาเรียนสองปี เช่น หลักสูตรการเรียนแบบวิจัย (research master) ซึ่งจะเน้นเกี่ยวกับการทำวิจัยตามสาขาที่เรียนและเตรียมพร้อมสำหรับการเรียนต่อปริญญาเอก ส่วนการเรียนปริญญาเอกโดยปกติจะใช้เวลา 4 ปี บางที่ก็กำหนดไว้ 5 ปี แล้วแต่ข้อตกลงกับสถานศึกษา

การเข้าเรียนปริญญาตรี —> ในเนเธอร์แลนด์นั้นขึ้นอยู่กับประเภทของโรงเรียนมัธยมและระดับการศึกษาชั้นมัธยม ที่เป็นตัวกำหนดว่านักเรียนดัชต์จะมีสิทธิเข้าเรียนต่อปริญญาตรี ในโฮคสโคลหรือว่าในมหาวิทยาลัย บางสาขาวิชาในมหาวิทยาลัยจะกำหนดคุณสมบัติผู้สมัครว่าต้องมีคะแนนสอบขั้นต่ำที่ได้ในระดับมัธยมเท่าไร เช่น คณะแพทยศาสตร์ ซึ่งก็จำกัดจำนวนนักศึกษาต่อปีเช่นเดียวกัน แต่สาขาวิชาส่วนใหญ่ไม่มีการจำกัดจำนวนนักศึกษาที่เข้าเรียนในแต่ละปี ทั้งนี้เพื่อเป็นการเปิดโอกาสให้คนได้เรียนเยอะๆ

การเข้าเรียนปริญญาโท —> ถ้าเรียนจบปริญญาตรีในมหาวิทยาลัยแล้วก็สามารถเรียนต่อปริญญาโทในสาขาที่เรียนจบมาได้เลย แต่ถ้าเรียนจบปริญญาตรีในโฮคสโคล ต้องผ่านเกณฑ์การคัดเลือกตามที่มหาวิทยาลัยกำหนดเพื่อเข้าเรียนต่อปริญญาโทในมหาวิทยาลัย พอได้รับเลือกให้เข้าเรียนต่อแล้วต้องเข้าเรียนหลักสูตรเตรียมปริญญาโทก่อน 1 ปี เรียกว่า สะค้าเกิ้ลยา (schakeljaar) หลังจากนั้นถึงจะได้เข้าเรียนหลักสูตรปริญญาโทจริงๆ หลักสูตรเตรียมปริญญาโทนี้ บางทีก็ใช้กับนักศึกษาที่จบปริญญาตรีจากมหาวิทยาลัยในสาขาที่ไม่ตรงกับสาขาที่จะเรียนในปริญญาโทด้วย

สำหรับนักศึกษาต่างชาติที่สมัครเข้าเรียนปริญญาโทภาคภาษาอังกฤษจะต้องมีการยื่นคะแนน TOEFL หรือ IELTS ด้วย นอกจากนี้บางสาขาวิชาผู้สมัครต้องทำแบบทดสอบความรู้ความสามารถในสาขาวิชานั้นนอกเหนือไปจากแบบทดสอบทางภาษาด้วย โดยปกติหลักสูตรปริญญาโทเริ่มดำเนินการสอนช่วงต้นเดือนกันยายน บางหลักสูตรสามารถเริ่มต้นเรียนได้ในเดือนกุมภาพันธ์

การเข้าทำปริญญาเอก —> โดยปกติการเข้าทำปริญญาเอกที่นี่ (ไม่นับนักศึกษาต่างชาติที่ได้ทุนเรียนจากประเทศของตน) ต้องทำการสมัครตามประกาศรับสมัครงานของมหาวิทยาลัย เหมือนกับการสมัครเข้าทำงานและจะได้รับเงินเดือนจากมหาวิทยาลัยด้วย คล้ายกับว่าทำงานเป็นนักวิจัยให้มหาวิทยาลัย ซึ่งมหาวิทยาลัยจะมีโครงร่างวิจัยและทุนวิจัยพร้อมแล้วจึงประกาศรับสมัครนักศึกษาปริญญาเอก

ซึ่งการได้รับเลือกให้เข้าสัมภาษณ์รอบแรกนั้น คณะกรรมการจะคัดเลือกผู้สมัครจากประวัติการศึกษา, การวิจัยและประสบการณ์ทำงานที่เกี่ยวข้องโดยตรงกับหัวข้องานวิจัยปริญญาเอกนั้นเป็นสำคัญ

[สำหรับสาขาจิตวิทยานั้น โดยปกติจะมีการเรียกสอบสัมภาษณ์รอบแรกประมาณ  5 คนเพื่อทำความรู้จักกับผู้สมัครให้มากขึ้น จากนั้นจะคัดเลือกผู้สมัครประมาณ 3 คนเข้ารอบสอง โดยมีโจทย์เกี่ยวกับหัวข้อการวิจัย (ตามที่ประกาศรับสมัคร) ให้ผู้สมัครทำเพื่อวัดความรู้ความสามารถทางการวิจัยของผู้สมัคร รอบนี้จะตัดสินกันที่มันสมองล้วนๆ โดยปกติรอบสองจะถือว่าเป็นรอบสุดท้าย ถ้าตัดสินไม่ได้จริงๆถึงจะมีรอบสามต่อไป ]

อีกวิธีหนึ่งก็คือ การสมัครเข้าเรียนปริญญาเอกโดยตรงกับทางมหาวิทยาลัย โดยที่ต้องออกค่าใช้จ่ายในการเรียนและวิจัยทั้งหมดเอง ตรงนี้จะมีบางสถาบันที่เปิดหลักสูตรปริญญาเอกแบบนี้โดยตรง หรือไม่ผู้สมัครก็ต้องลองยื่นโครงร่างวิจัยให้ศาสตราจารย์ที่เชี่ยวชาญเกี่ยวกับเรื่องนั้นอ่านดู เพื่อขอให้เขาเป็น supervisor ให้ ถ้าเขาสนใจโครงร่างวิจัยที่เสนอไปก็จะมีสิทธิได้เข้าทำปริญญาเอก และอาจจะโชคดีถ้าสามารถขอทุนทำวิจัยปริญญาเอกได้ในภายหลัง ทำให้ไม่ต้องออกค่าใช้จ่ายในการทำวิจัยเอง ทั้งนี้ทั้งนั้นนักศึกษาปริญญาเอกบางคนอาจไม่ต้องผ่านขั้นตอนการสมัครให้วุ่นวาย เพราะว่าได้รับการชักชวนโดยตรงจากศาสตราจารย์ ที่เป็นผู้ดูแลงานวิจัยนั้นให้เข้ามาทำปริญญาเอกได้เลย (ตรงนี้ต้องมีผลการเรียนและผลสอบวิทยานิพนธ์ระดับปริญญาโทที่เยี่ยมจริงๆ)

สำหรับชาวต่างชาติที่จบปริญญาตรีและโทที่เนเธอร์แลนด์ หรือจบเฉพาะปริญญาโทที่เนเธอร์แลนด์และอาศัยในเนเธอร์แลนด์อย่างน้อย 5 ปีแล้ว สามารถสมัครขอรับทุนทำปริญญาเอกได้จาก โครงการ Mosaic โดยองค์กรวิจัย NWO ของเนเธอร์แลนด์ ซึ่งเปิดรับสมัครทุกปี และปิดรับสมัครราวเดือนมกราคม อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมตามเว็บไซต์นี้

http://www.nwo.nl/nwohome.nsf/pages/NWOP_5RNBJK_Eng

————————————————

[บทความโดย พี่กวาง Apiradee Poungjit]

เคยไหมที่เวลาพยายามจะหักห้ามใจไม่ให้คิดถึงเรื่องบางอย่างที่ไม่อยากนึกถึง พยายามที่จะเก็บกดความคิด (suppression) นั้นเอาไว้  ยิ่งพยายามบอกใจตัวเองว่าไม่ให้ไปนึกถึงเมื่อไร ก็ยิ่งนึกถึงเรื่องนั้นมากขึ้น เหมือนกับเวลาที่เราขว้างบูมเมอแรงออกไปให้พ้นจากตัวเรา ไม่ว่าจะขว้างไปแรงมากเท่าไร ก็ยิ่งขว้างไปไม่พ้นตัวได้นาน เพราะบูมเมอแรงก็ย้อนกลับมาหาเราในที่สุด… ทุกครั้งไป Continue Reading »

ขณะนี้เหรัญญิกสมาคมได้ทำการโอนเงินไปให้ contact persons ในแต่ละเมืองแล้ว หากเมืองใดยังไม่ได้รับเงิน โปรดส่งชื่อบัญชี ชื่อธนาคาร และหมายเลขบัญชีของ contact person ไปที่นายเอกกมล วรรณเมธี (ท้อป เหรัญญิก) topekka@hotmail.com

Criteria

  • Peer Review Score
  • Employer Review Score
  • Staff/Student Score
  • Citations/Staff Score
  • International Staff Score
  • International Students Score

Overall 200

  • University of Amsterdam ลำดับที่ 49 (53)
  • Leiden University ลำดับที่ 60 (64)
  • Utrecht University ลำดับที่ 70 (67) ร่วมกับ University of York
  • Delft University of Technology ลำดับที่ 83 (78)
  • Erasmus University Rotterdam ลำดับที่ 108 (126) ร่วมกับ University of Basel (Switzerland), University of California , Davis (US), University of Helsinki (Finland)
  • Maastricht University ลำดับที่ 116 (111)
  • Eindhoven University of Technology ลำดับที่ 120 (129) ร่วมกับ Pennsylvania State University (US)
  • University of Groningen ลำดับที่ 138 (144) ร่วมกับ Chulalongkorn University (Thailand)
  • Wageningen University ลำดับที่ 155 (142) ร่วมกับ Kyushu University (Japan), Lomonosov Moscow State University (Russia),
  • VU University Amsterdam ลำดับที่ 165 (155)
  • University of Twente ลำดับ 200

In Engineering and Information Technology

  • Delft University of Technology ลำดับที่ 15 (17) สูงกว่า Harvard University (22), Princeton University (23), Cornell University (24),
  • Eindhoven University of Technology ลำดับที่ 49 (49)

In Life Sciences and Biomedicine

  • ไม่ติดอันดับ Top 50

In Natural Science

  • Utrecht University ลำดับที่ 35 (37)

In Social Science

  • University of Amsterdam ลำดับที่ 32 (43)

In Arts and Humanities

  • University of Amsterdam ลำดับที่ 31 (36) – สูงกว่า London School 0f Economics

ชล รอตเตอร์ดัม

ช่วงนี้มีโอกาสได้เป็นที่ปรึกษาให้กับใครหลายๆคนเสียเหลือเกิน โดยเฉพาะในเรื่องจิตใจ และบาดแผลจากความรัก หรือสิ่งที่เกี่ยวข้องกับเรื่องหญิงชาย เรื่องรักๆใคร่ๆ

ในโอกาสอย่างนี้การใช้ธรรมะเข้าช่วยในการให้คำปรึกษาให้ผลค่อนข้างจะดีพอสมควรทีเดียว

จากที่ผมประสบมา คนที่เข้ามาขอคำปรึกษาจะมีลักษณะที่อุปมาได้ดังนี้คือ

เปรียบเหมือนคนถูกผลักตกลงมาในกระแสน้ำเชี่ยวกรากจากน้ำท่วมเฉียบพลัน โดนพัดไปกระแทกโขดหินและอื่นๆในกระแสน้ำ และก็หมดแรงจากความพยายามที่จะออกจากกระแสน้ำ เพราะน้ำมันแรงเหลือเกิน

(ตรงนี้เปรียบได้กับ หลังจากที่เผชิญเหตุการณ์อันเลวร้าย จิตใจเหมือนตกอยู่ในห้วงทุกข์ จิตใจหมองหม่น ไม่สว่างไม่มีกำลัง ความทุกข์ที่เกิดขึ้นในใจมันมากมายเสียจน ยากที่จะดึงตัวเองออกจากความทุกข์ได้ ซึ่งเป็นเรื่องธรรมดา เมื่อเจอความทุกข์แรงในช่วงแรกนั้น ย่อมเหมือนกับตกลงไปในกระแสน้ำเชี่ยวกราก ตั้งตัวไม่ติด…​ในขณะเดียวกัน แม้พยายามจะออกจากห่วงทุกข์ก็ทำไม่ได้ และก็ทุกข์เพิ่มเพราะ “อยาก” ออกจากทุกข์ …และจิตใจก็หมดแรงไปเพราะความทุกข์นี่เอง)

เราในฐานะคนช่วย ก็ไม่สามารถกระโดดลงไปในแม่น้ำได้ (เว้นแต่จะมีกำลังแบบเหลือล้น) ทำได้เพียงตะโกนบอกให้จับโขดหินไว้ หรือโยนเชือกลงไปให้จบรั้งเอาไว้เท่านั้น เพื่อไม่ให้ไหลลงไปกับกระแสน้ำเชี่ยวกรากนั้น …แค่จับให้มั่นก็ทำได้ลำบากแล้ว อย่าว่าแต่ให้รั้งตัวเองและฝืนตัวข้ามกระแสน้ำมาขึ้นฝั่งเลย

(ตรงนี้ก็คือ เราเองก็ไม่สามารถไปร่วมทุกข์กับเขาได้ ถ้าเราไปร่วมทุกข์ ตกอยู่ในห้วงทุกข์ร่วมกันแล้ว ก็ยากที่จะช่วยกันพาขึ้นมาจากห่วงทุกข์ได้ … เราทำได้แค่ เตือนสติเขา ให้เครื่องมือ ให้เขามีสติเพียงเท่านั้น …​ในช่วงเวลาที่ความทุกข์ยังไหลบ่ามา)

อย่างไรก็ดี ไม่มีน้ำท่วม น้ำป่าไหลหลากครั้งไหนที่จะเชี่ยวกรากตลอดเวลา สักพักน้ำจะค่อยๆอ่อนกระแสลงเองโดยธรรมชาติ ฉะนั้นเราจึงควรรั้งตัวเองเอาไว้ เพื่อรอจังหวะที่น้ำจะเบากระแสลง ในจังหวะนั้นเอง เขาอาจจะได้พักหรือพอจะมีกำลังมากขึ้น และเมื่อกระแสน้ำอ่อนแรงมากแล้ว เขาจึงสามารถฝ่ากระแสน้ำที่เบาบางลงมาขึ้นฝั่งได้

(ความทุกข์จะค่อยๆเบาบางไปตามกาลเวลาเอง หากเรามีสติอยู่กับตัว และไม่ไปคิดไปรู้สึกต่อเอง (คือคนส่วนใหญ่พอทุกข์แล้วมักจะคิดมากรู้สึกมากไปเองเพิ่มขึ้นไปอีก ปรุงแต่งเพิ่มขึ้นไปอีก) และหากประกอบกับได้ทำกิจกรรมที่ทำให้จิตมีกำลังมากขึ้น ก็จะทำให้เขามีแรงที่จะเดินขึ้นจากน้ำเองได้

การอุปมานี้ เขียนเพื่ออยากให้เข้าใจว่าเวลาคนทุกข์ใจนั้น มันไม่ใช่จะ ฮึบ! แล้วออกจากกองทุกข์ได้โดยง่าย … แต่มันมีช่วงเวลาและเหตุปัจจัยของมันอยู่ การที่เราพยายามกดดันให้ผู้คนเข้มแข็งเวลาที่ทุกข์นั้น อาจจะดีในช่วงแรก แต่ถ้าทำบ่อยๆกลายเป็นว่า เขาจะรู้สึกว่า ทำไมฉันช่างอ่อนแออย่งานี้ ยังออกจากทุกข์ไม่ได้ และก็กลายเป็นทุกข์เพิ่ม เพราะ “อยาก” ออกจากทุกข์ แต่ “ทำไม่ได้”… ฉะนั้นต้องให้เวลาเค้าด้วย

คนให้คำปรึกษาต้องรับฟังและเข้าใจเขาอย่างที่เขาเป็น พยายามเข้าใจเหตุปัจจัยและเงื่อนไข ทั้งภายนอก และภายในจิตใจของเขาที่ทำให้เขาไปตกอยู่ในห้วงทุกข์นั้น หากเขามีเรื่องอัดอั้นก็ควรให้เขาระบายออกอย่างเต็มที่ (แต่ก็ต้องดูมิให้ระบายจนจิตใจดำดิ่งลงไปในห้วงทุกข์อีก) หลังจากนั้นเราจึงค่อยให้คำปรึกษา

โดยสรุปคือ สิ่งที่ผมแนะนำคนที่มาปรึกษาไปมี 2 อย่างคือ

  1. ดูแลไม่ให้จิตใจตัวเองไปตกหล่ม จมกองทุกข์ -
    • ในส่วนนี้สามารถทำได้ โดยการฝึกสติ (โปรดอ่านเพิ่มเติมในวิปัสสนานุบาล ของดังตฤณ หรือ ฟังธรรมเทศนาของหลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช
    • รักษาศีล / หรือ ทำให้ตนเองมีวิถีชีวิตที่ดีขึ้น ห่างไกลจากอบายมุข – คือ การมีศีล และห่างจากอบายมุข ช่วยให้เราไม่ทุกข์เพิ่ม และเป็นการปิดประตูสู่ทางต่ำของเรา …​หลายคนเมื่อทุกข์แล้วพลาดลงไปทางตกต่ำเลยก็เยอะ ฉะนั้นข้อนี้ต้องทำก่อน
  2. ทำให้จิตใจสว่างขึ้นมีกำลังมากขึ้น – ในส่วนนี้ทำได้หลายวิธี เช่น
    • ทำบุญ (โปรดดู บุญกริยาวัตถุ 10 เพื่อดูว่า อะไรบ้างที่ทำแล้วได้บุญ) การทำบุญก็คือการทำให้จิตใจพองโต หรือสว่างขึ้นมานั่นเอง เมื่อจิตสว่างขึ้นจิตก็จะมีพลังขึ้นมา .. หากทำบ่อยเข้าก็จะช่วยให้ออกจากห่วงทุกข์ได้ง่ายขึ้น
    • ทำสมาธิ – การทำสมาธิคือการทำให้จิตรวมตัวไม่ฟุ้งกระจาย สามารถใช้การนั่งสมาธิติดตามลมหายใจก็ได้ หรือจะสวดมนต์ก็ได้
    • ทำสิ่งดีๆ/ สิ่งที่เป้นแรงบันดาลใจ – บางคนจะมีกำลังมากขึ้น หากได้ทำสิ่งที่ตัวเองรัก และยิ่งหากสิ่งที่ตัวเองรักนั้นเป็นสิ่งที่เป็นประโยชน์เพื่อสังคม และต้องอาศัยความครีเอทีฟมากละก็ จะทำให้คนที่มีจริตช่างคิดและมีจิตสาธารณะฟื้นตัวจากห่วงทุกข์ได้รวดเร็วนัก …​หรือการที่เตือนตนเองถึงสิ่งดีๆที่ตนเคยทำต่อคนอื่นก็พอช่วยได้เช่นกัน (เหมือนระลึกถึงบุญที่ตนเคยทำไว้นั่นเอง)

เท่าที่ผ่านมาประมาณ 4-5 เคส ก็มักจะเป็นแบบนี้นะครับ และวิธีการที่บอกข้างต้นก็ดูจะพอช่วยให้เขาออกจากห้วงทุกข์ได้พอสมควร หลายคนผ่านไปได้ด้วยดีและมีชีวิตที่ดีขึ้น

จึงอยากจะนำบทเรียนที่สรุปได้มาแบ่งปันกันครับ

หากใครมความเห็นเพิ่มเติมหรือข้อติชมโปรดบอกและแบ่งปันครับ

สวัสดีค่ะ ทุกๆ ท่าน

หลังจากที่ได้ประชาสัมพันธ์ งานกีฬา-วิชาการสานสัมพันธ์นักเรียนไทยภาคพื้นยุโรป ที่จะจัดให้มีขึ้น วันที่ 23 – 25 ตุลาคม นี้ ที่เยอรมนี ไปก่อนหน้านี้แล้ว

(รายละเอียดติดตามได้จาก link ของ สนทย นะคะ http://www.thaistud ents.de/index. php?mode= read_more_ blog&id=192&linkkey=s8T&daykey=EDLEqgammfDB RzQZkZP9Sa703)

เนื่องจาก คณะผู้จัดงาน มีความประสงค์อยากจะได้วิทยากรนักเรียนไทย จากทั้ง 3 ประเทศ จึงขอความร่วมมือมายัง TSAN ในการ (สืบ) เสาะหาผู้ที่สามารถร่วมถ่ายทอดประสบการณ์ มาร่วมเสวนาในหัวข้อใดหัวข้อหนึ่ง ดังต่อไปนี้

1. การศึกษา การพัฒนาศักยภาพเด็กไทย ความก้าวหน้าในด้านงานวิจัยของประเทศไทย ทางด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
2. การทำงาน อาชีพในต่างประเทศ (สำหรับคนที่คิดที่จะทำงานในต่างประเทศหลังสำเร็จการศึกษา และอาจจะกลับไปทำงานต่อที่ไทยในอนาคต)
3. กฎหมาย
4. นโยบายเกี่ยวกับสิ่งแวดล้อมและการเกษตร
งานนี้ ไม่จำกัดระดับการศึกษา ไม่จำกัดเพศ ไม่จำกัดวัย ขอแค่ใจ (อ้อ เตรียมเรื่องที่จะพูดไปด้วยนะคะ อิๆ) ไปร่วมงานค่ะ

สำหรับผู้ที่สนใจจะร่วมเป็นวิทยากร ร่วมกับพี่ๆ เพื่อนๆ น้องๆ นักเรียนไทยในเยอรมนีและฝรั่งเศส กรุณาแจ้งความจำนง ไปยัง ชล (email: cholbunnag@gmail. com) ภายในวันที่ 10 ตุลาคมนี้ ด้วยนะคะ

ฝ่ายประชาสัมพันธ์ TSAN

Thai Student Association in the Netherlands

Web Site: thaistudents. nl
Contact Us: contact@thaistudent s.nl

graduation_capผมได้เขียนบทความลง TSAN ไปแล้วก่อนที่จะเดินทางมายังประเทศเนเธอร์แลนด์นี้ เพื่อให้เป็นการครบสมบูรณ์ของการเดินทาง ผมจึงขอท่านบรรณาธิการเขียนเรื่องการเตรียมตัวก่อนเดินทางกลับด้วยครับ ก่อนอื่นขอแสดงความยินดีกับผู้ที่กำลังจะจบการศึกษาและกำลังจะเดินทางกลับไปพัฒนามาตุภูมิ บ้านเกิดของพวกเรา หรือ อาจเป็นผู้ที่ต้องเดินทางกลับหลังจากมาฝึกอบรม ทำวิจัย หรือมีเหตุต้องเดินทางกลับก่อนที่จะจบ สิ่งที่เราควรจะทำมีดังนี้

1. Diploma legalization

คือ การที่เอาปริญญาของเราไปทำให้ถูกต้องตามกฎหมายของดัชต์ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับความต้องการของแต่ละที่ โดยถ้าจะทำให้ครบสูตรจริงๆก็คือต้องไปทำ 3 แห่ง

1.1 นำไปปริญญาไปประทับตราที่ กระทรวงศึกษาธิการของดัชต์ (Dutch Ministry of Education, Culture and Science) โดยไปที่ IB-groep section เมือง Groningen (Steenhouwerskade 10, 9718 DA, Groningen)ไปไม่ยากครับ ลงสถานีรถไฟแล้วเดินเพียงแค่ 10-15 นาที เดินไปที่ Emmaplein แล้วเดินไปอีกหน่อยก็ถึงครับ โดยจะต้องมีการส่งเอกสารที่เราจะนำไปประทับตราไปให้ที่ IB groep ก่อน โดยเป็นการส่ง fax ไปที่ 050-5998799 หรือสแกนเอกสารและส่งไปที่ ks.dw@ib-groep.nl โดยเขียนรายละเอียดต่างๆส่งไปด้วยให้ละเอียดว่าเราเป็นใคร จบจากที่ไหนเมื่อไหร่ และต้องการนัดเอาใบปริญญาไปประทับตราเมื่อไหร่ รายละเอียดเพิ่มเติม สามารถโทรไปได้ที่ 050-5998036 หรือดูได้จาก website

http://www.ib-groep.nl/InternationalVisitirs/Diploma_assessment/Going_abroad/s20_legalizing.asp

1.2   นำใบปริญญาที่มีตราประทับของกระทรวงศึกษาของดัชต์ไป ยืนยันด้วยการประทับตราจาก

กระทรวงต่างประเทศของดัชต์ ที่ Den Haag

1.3 นำใบปริญญาที่มีตราประทับของกระทรวงศึกษาของดัชต์ และตราประทับจากกระทรวงต่างประเทศดัชต์ไปยืนยันด้วยการประทับตราจากประเทศของเราเอง เช่น ที่สถานทูตไทย หรือประเทศที่เราต้องการส่งเอกสารไปเพื่อการศึกษาหรือการหางานทำเพิ่มเติม

ผู้ที่เป็นนักเรียนทุนรัฐบาลไทยที่มีงานอยู่แล้วอาจไม่ต้องไปทำทุกที่ก็ได้ ผมเองและเพื่อนหลายคนไปทำที่ Groningen เท่านั้น ส่วนผู้ที่ยังไม่มีงานอาจต้องทำให้ครับสูตรเพื่อที่จะให้ใบปริญญาของเราถูกต้องตามกฎหมาย เพื่อใช้ในการสมัครงานหรือศึกษาต่อที่อื่น

2. การส่งสัมภาระกลับประเทศไทย

ก่อนอื่นก็ต้องพยายามขจัดของที่ไม่จำเป็นออกให้หมด อย่าพยายามขนไปมาก มันแพงครับที่นี้ก็ลองหาบริษัทที่จะส่งของกลับ ตัวผมเองใช้บริการของบริษัท Kerry Logistic BV.

Contact person: Mr. Mark Baas, Air Export Manager Netherlands

Kerry Logistics (Western Europe) Amsterdam, the Netherlands

AMB Fokker Logistics Center 2B, Fokkerweg 300, 1438 AN Oude Meer

T. +31 (0) 20 5046813 | F. +31 (0) 20 5046810 | M. +31 (0) 6 50840381 | E. mark.baas@kerrylogistics.com

Asia Based, China Focus, Global Network | www.kerrylogistics.com

โดยมีค่าบริการคร่าวๆดังนี้ (ราคา ณ เดือน  May 2009)

Airfreight

Minimum                        : Eur 65

+1 kgs                                : Eur 1.35 p/kgs

+100 kgs                        : Eur 0.75 p/kgs

Fuel surcharge                        : at cost, currently being Eur 0.32 p/kgs

Security fee                        : at cost, currently being Eur 0.15 p/kgs

Local charges Netherlands

Export handling                        : Eur 35

Security scan                        : Eur 35

Collection                        : upon request, depends on collection address

Local charges Thailand

Import handling / delivery        : USD 120 + USD 0.45 p/kgs

ผมคำนวณคร่าวๆของ 100 kg. โดยให้มารับที่บ้านที่ Utrectht และไปส่งที่มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ได้ราคาคร่าวๆดังนี้

Airfreight                65 + (0.75 x 100) = 140 euros

Fuel surcharge       0.32 x 100 = 32 euros

Security fee           0.15 x 100 = 15 euros

Local charges Netherlands

Export handling                       35 euros

Security scan                          35 euros

Collection (at Utrecht)              25 + (0.15 x 100) = 40 euros

Local charges Thailand

Import handling / delivery        :120 + (0.45 x 100) = 165 USD (125 euros)

Total pay for 100 kg (pick up at Utrecht, and send to Chiang Mai University)

= 140 + 32 + 15 + 35 + 35 + 40 + 125 = 422 euros.

พอวันจริงมารับผมมีทั้งหมด 9 กล่องน้ำหนักรวมประมาณ 175 kg ผมจ่ายไปทั้งหมด 485 ยูโรครับ ตกแล้วราคาประมาณ 2.77 ยูโรต่อกิโลกรัม

ที่อยากเตือนเพิ่ม คือ

1) กล่องควรมีขนาดเท่ากัน หนังสือ เสื้อผ้าและของควรใส่ถุงพลาสติกอย่างดีกันเปียกชื้นและการหล่นกระจายในกรณีกล่องฉีกขาด

2) พยามยามเตรียมเอกสารต่างๆให้พร้อมเพื่อที่จะได้ไม่เกิดปัญหาทางด้านศุลกากรโดยที่ควรต้องถ่ายเอกสารการได้ทุน การมาเรียน และวันที่เข้าประเทศครั้งแรกให้พร้อมด้วยไม่เช่นนั้นศุลกากรจะตามเก็บภาษีจากของที่เราส่งไปแน่นอน

ที่นี่มีผู้ถามว่าแล้วถ้าส่งไปทางเรือล่ะ คำตอบคือต้องลองติดต่อบริษัทดูเองครับ เท่าที่ทราบคือต้องมีการจัดการของของเราให้ดี มีฐานไม้ที่มั่นคงและห่อกล่องด้วยพลาสติกด้วย ซึ่งผมคิดว่ามันถูกกว่าแต่ก็ค่อนข้างวุ่นวายโดยเฉพาะพวกที่ต้องแบกของไปมาด้วยจักรยานอย่างเรา

3. การยกเลิกบัตรและการบริการต่างๆ

1) บัตรรถไฟ หรือ Voordeelurenabonnement kaart (korting kaart) ที่เรามีอยู่กันนี่ อย่าลืมไปยกเลิกนะครับ ที่เราต้องจ่ายและมีการหักเงินจากธนาคารทุกปี อย่าคิดว่าหมดอายุอีกตั้งหลายปี แล้วเราก็ถอนเงินจากบัญชีธนาคารหมดแล้วสามารถใช้ต่อได้โดยที่ไม่เสียเงิน ค่าที่เขาเก็บเงินไม่ได้และเป็นหนี้สะสมไปเรื่อยๆจะถูกตามเก็บทีหลังและขึ้นบัญชีไว้

2) ประกันสุขภาพ ประกันสุขภาพที่เรามีการทำกันอยู่โดยอาจให้มหาวิทยาลัยจ่าย หรือ เราจ่ายเองก็อย่าลืมไปยกเลิกนะครับ ผมมีเพื่อนชาวต่างชาติที่อยู่บ้านเดียวกันแต่กลับไปก่อนโดยที่ยังไม่ได้รับปริญญาและว่าจะกลับมาสอบทีหลัง เมื่อกลับไปก็ไม่ได้ยกเลิกประกันสุขภาพ ทางบริษัทก็ทำให้ไปเรื่อยๆ และส่งเอกสารมาเป็นเวลาเกือบ 2 ปี พอเจ้าตัวจะกลับมาสอบและเดินทางเข้าประเทศ ปรากฏว่าเกิดปัญหาขึ้นเพราะ บริษัทประกันเรียกเก็บเงินเป็นจำนวนหลายพันยูโร รวมค่าดอกเบี้ย และการส่งฟ้องศาลด้วย เจ้าตัวต้องทำเรื่องวุ่นวายมากเพื่อที่จะสามารถขอวีซ่าและเดินทางเข้าประเทศได้ ตัวอย่างนี้เป็นอุทาหรณ์นะครับว่าคนดัชต์นี่เรื่องการเงินนี่เป็นเรื่องใหญ่ เขาไม่ยอมปล่อยเราหายไปฟรีๆแน่นอน ดังนั้นก่อนกลับเมืองไทย ก็จัดการทุกอย่างให้เรียบร้อย

3) ธนาคาร บัญชีธนาคารของเราก็อย่าลืมไปยกเลิกนะครับ ทิ้งไว้เป้นระยะเวลานานก็ไม่ดี อาจเกิดปัญหาตามมาได้ ดังนั้นลองไปติดต่อธนาคารว่าจะยกเลิกบัญชีของเราซะ บางทีเราสามารถส่งจดหมายมายกเลิกได้ อย่างเช่น ผมใช้บัญชีของ ABN AMRO อยู่ก็สามารถใช้วิธีการส่งจดหมายมายกเลิก พร้อมทั้งแนบสำเนา หนังสือเดินทาง หรือ resident permit มาก็ได้เช่นเดียวกันครับ

4. การแจ้งเดินทางกลับและยกเลิกการอยู่อาศัยในประเทศกับ IND

ก่อนกลับก็อย่าลืมไปที่ IND ที่เมืองที่ตัวเองอยู่ ไปติดต่อว่าจะเดินทางกลับแล้ว และ ไม่พำนักอาศัยต่อไปแล้วทาง IND ก็จะจัดการให้แล้วแต่กรณีไป (อย่างว่าแหละครับ IND ที่นี่มีหลายมาตรฐานขึ้นอยู่กับแต่ละคนที่เราไปติดต่อด้วยอย่างที่เรารู้ๆกันอยู่ …แหะ แหะ เหน็บเล็กน้อย) กรณีของผม เจ้าหน้าที่บอกว่าทางมหาวิทยาลัยจะส่งจดหมายมาบอกเองว่า นักศึกษาคนนี้จบการศึกษาแล้ว ผมก็ไปติดต่อทางเจ้าหน้าที่มหาวิทยาลัยก็เสร็จพิธีแล้ว แต่สำหรับบางมหาวิทยาลัยที่ไม่มีเจ้าหน้าที่ทางด้านวิเทศสัมพันธ์ดูแลก็จะลำบากหน่อยนะครับ

เมื่อเสร็จสิ้นการเตรียมการทุกอย่างแล้ว ก็มาจัดกระเป๋าของตัวเอง และก็พร้อมเดินทาง อย่าลืมไปร่ำลาทั้งคนดัชต์และคนไทย เพื่อนสนิท มิตรสหาย ผู้มีพระคุณทั้งหลายแหล่ที่ดูแลเราในช่วงนี้ จะเลี้ยงจะกินก็ดูเวลาตัวเราเองด้วย อย่าเลี้ยงจนเพลินจนไม่มีเวลาจัดของนะครับ ลาก่อนประเทศเนเธอร์แลนด์กับแผ่นดินแบนๆ ทุ่งหญ้าสีเขียวขจี ลำคลองมากมาย และท้องฟ้าสลับสีที่เราเห็นจนคุ้นตา หวังว่าเราจะได้กลับมาเหยียบแผ่นดินแห่งนี้อีกในวันข้างหน้า

สวัสดีค่ะ พี่ๆ น้องๆ ทุกคน
ฝากข่าวประชาสัมพันธ์งานกิจกรรม “อินทรี-ลิลลี่-กังหัน สานสัมพันธ์กีฬาวิชาการ”
ภายใต้คอนเซ็ปต์ “Autumn in Love Friendship Forever มิตรภาพไม่มีหยุด ที่สตุตการ์ต”
ที่จะจัดขึ้นในวันที่ 23-25 ตุลาคม ศกนี้ ที่เมือง Stuttgart, เยอรมนี จากสมาคมนักเรียนไทยในเยอรมนีนะคะ
ซึ่งจะจัดเป็นกิจกรรมกีฬาและการพูดคุยสนทนาเชิงวิชาการ (แต่ไม่เครียด) ของนักเรียนไทย
ในเยอรมนี ฝรั่งเศสและเนเธอร์แลนด์ เพื่อทำความรู้จัก พูดคุย แลกเปลี่ยนประสบการณ์
รวมทั้งเล่นกีฬาด้วยกัน เพื่อเสริมสร้างความสามัคคีในหมู่นักเรียนไทยด้วยค่ะ
รายละเอียดโปรแกรมกิจกรรมคร่าวๆ ตามด้านล่างเลยค่ะ
(อาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ ตามความเหมาะสมค่ะ)

วันศุกร์

15.00 เป็นต้นไป ลงทะเบียน

18.00-20.00 รับประทานอาหารเย็น

20.00-22.00 กิจกรรมสันทนาการ

วันเสาร์

7.00-9.00 รับประทานอาหารเช้า และเดินทางไปยังสถานที่จัดกิจกรรม

9.00-12.00 กิจกรรมเสวนาวิชาการ

12.00-13.00 รับประทานอาหารกลางวัน

13.00-18.00 แข่งขันกีฬา

18.00-19.00 รับประทานอาหารเย็น

19.00-21.00 มอบรางวัล กิจกรรมสันทนาการและกล่าวปิดงาน

วันอาทิตย์

7.00-9.00 รับประทานอาหารเช้า

9.00-13.00 ทัศนศึกษาเมืองชตุทการ์ท

13.00 เป็นต้นไป เดินทางกลับโดยสวัสดิภาพ

สำหรับเพื่อนๆ พี่ๆ น้องๆ ที่สนใจเข้าร่วมงานนะคะ ทาง TSAN เปิดให้ลงทะเบียนที่
พุดซา broschong@yahoo.com ภายในวันที่ 4 ตุลาคม นี้ รับจำนวนจำกัด เพียง 40 ท่านเท่านั้นนะคะ
อัตราค่าเข้าร่วมงาน 60 ยูโรต่อคนค่ะ (ราคานี้รวมที่พักและอาหาร 5 มื้อค่ะ)
สำหรับรายละเอียดการโอนเงินมัดจำค่าลงทะเบียนจะแจ้งให้ทราบอีกครั้งนึงค่ะ

ในเรื่องของการเดินทางนั้น อาจจะไปด้วยกันเป็นหมู่คณะ หรือแยกย้ายกันไปเจอที่ Stuttgart เลยนั้น
คงต้องตกลงกันอีกทีสำหรับผู้ที่สนใจเข้าร่วมงานค่ะ

หากมีข้อสงสัยหรืออยากทราบรายละเอียดเพิ่มเติม
สามารถสอบถามได้ที่ พี่เค kukiat@gmail.com

ฝ่ายประชาสัมพันธ์ TSAN

Thai Student Association in the Netherlands

Web Site: thaistudents.nl
Contact Us: contact@thaistudents.nl

รายงานการประชุม
คณะกรรมการสมาคมนักเรียนไทยในราชอาณาจักรเนเธอร์แลนด์
ครั้งที่ 2/2552
วันที่ 8 สิงหาคม 2552
เวลา 12:00-15:00 น.
ณ วัดพุทธวิหาร อัมสเตอร์ดัม
1. การเปิดบัญชีธนาคารใหม่โดยใช้ชื่อสมาคมฯ
คุณสวลักษณ์ (อิ๋ว) ได้ดำเนินการสอบถามเกี่ยวกับเอกสารต่างๆ ที่จำเป็นในการเปิดบัญชีธนาคาร รวมทั้ง ได้ดำเนินการจัดส่งเอกสารต่าง ๆ ไปที่นายธนวรรษ เทียนสิน (พี่บอย) อดีตนายกสมาคมฯ  ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างทำวิจัยที่ต่างประเทศ  เพื่อให้ลงนามแก้ไขเปลี่ยนแปลงชื่อผู้มีอำนาจด้านการเงินของสมาคมฯ เป็นที่เรียบร้อย ซึ่งในระหว่างที่รอเอกสารต่าง ๆ ส่งกลับ จึงขอให้ใช้บัญชีธนาคารเดิมไปก่อน
2. สรุปกิจกรรมของสมาคมฯ ในรอบ 3 เดือนแรก  (มิ.ย. – ส.ค.) ที่ผ่านมา
TSAN ได้ดำเนินการกิจกรรมต่างๆ ดังต่อไปนี้ กิจกรม Photo trip, กิจกรรม Maastricht trip by Maastricht Gang, กิจกรรม TSAN Photo workshop, กิจกรรม TSAN News Letter, กิจกรรมงานปัจฉิมนิเทศนักเรียนทุน ODOS รุ่นที่ 1 และ 2, ร่วมกิจกรรมในงานเลี้ยงอำลาท่านอัครราชทูตที่ปรึกษาไกรรวี ศิริกุล (พี่ไก่) รวมทั้ง นายกสมาคมและตัวแทนคณะกรรมการนักเรียนไทยในราชอาณาจักรเนเธอร์แลนด์ ตัวแทนเจ้าของกิจการไทย มูลนิธิไทยและสมาคมสยาม ได้เข้าพบท่านเอกอัครราชทูตไทยประจำราชอาณาจักรเนเธอร์แลนด์ เนื่องในโอกาสที่ท่านได้เข้ารับตำแหน่งใหม่  ทั้งนี้  รายละเอียดของแต่ละกิจกรรมได้มีการเผยแพร่บน http://thaistudents.nl/ เป็นที่เรียบร้อย และมีข้อเสนอแนะ เพิ่มเติมของการดำเนินกิจกรรมที่ผ่านมา ดังนี้
ในการจัดกิจกรรม trip ตามเมืองต่างๆ ควรประสานงานหรือแจ้งข่าวให้ผู้ประสานงานประจำเมืองทราบตั้งแต่ต้น    เพื่อให้ประสิทธิภาพในการประสานงาน และผลลัพธ์ที่ดีของกิจกรรม
จากการจัดกิจกรรมที่ผ่านมา ที่มีกิจกรรมเชิงสันทนาการ ที่มากกว่าเชิงวิชาการนั้น ถึงแม้ว่าจะมีความสอดคล้องกับผลสำรวจความต้องการของสมาชิก แต่ควรจัดกิจกรรมที่หลากหลายมากขึ้น เช่น กิจกรรมเชิงวิชาการ หรือกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับการสร้างเสริมคุณธรรม (หรือที่เกี่ยวข้องกับพุทธศาสนา) หรือกิจกรรมการจัดการความรู้ (หรือการแลกเปลี่ยนประสบการณ์) ในการใช้ชีวิตเมื่อได้มาศึกษาต่อที่ต่างประเทศ  (ของแต่ละเมือง) เพิ่มขึ้น นอกจากนี้ ควรมีการเผยแพร่การดำเนินกิจกรรมช่วยเหลือสมาชิกที่ประสบปัญหาในเรื่องต่าง ๆ  ซึ่งส่วนใหญ่ไม่ได้ประชาสัมพันธ์ชัดเจนด้วย
ควรมีการประเมินการได้รับข่าวสารของสมาชิก ว่าเป็นไปได้อย่างทั่วถึงหรือไม่ เนื่องจากสมาชิกที่เข้าร่วมมักจะเป็นกลุ่มเดิม ๆ ที่เคยเข้าร่วมเสมอ ๆ
3. กรณีการส่งข้อความทางอีเมล์ เพื่อหารือในเรื่องต่าง ๆ ควรมีการระบุบุคคล / ตำแหน่ง เพิ่มเติม ที่ให้
ทราบถึงความชัดเจนที่ต้องการให้บุคคลนั้นดำเนินการต่อไป
4. กรณีที่มีกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับการเบิก-จ่ายเงินของสมาคมฯ ควรมีแจ้งให้นายกฯ และเหรัญญิกทราบในทุกๆ กรณี นอกจากนี้ เสนอให้มีการพิจารณาปรับลดวงเงินที่นายกฯ มีสิทธิอนุมัติการเบิก-จ่ายลง จากที่กำหนดในระเบียบสมาคมฯ จำนวน  500 ยูโร ให้ลดลงเหลือ 100 ยูโร  กล่าวคือ หากจำนวนเงินต่ำกว่า 100 ยูโร นายกฯ มีอำนาจในการอนุมัติการเบิกจ่ายได้  แต่หากวงเงินเกิน 100 ยูโร ให้มีการนำเรื่องเข้าเสนอต่อคณะกรรมการฯ เพื่อลงมติอนุมัติ   ทั้งนี้ ขอให้ใช้มตินี้ไปก่อนนับจากนี้  ส่วนการแก้ไขระเบียบสมาคมฯ ให้สอดคล้องกับมตินี้ จะพิจารณาร่วมกันกับกรรมการฯ ท่านอื่น ที่ไม่ได้มาประชุมในคราวต่อไป
5. โครงการปัจฉิมนิเทศก์และแนะแนวการศึกษาต่อสำหรับ ODOS รุ่น 1 และ 2
โครงการปัจฉิมนิเทศฯ จะมีการจัดในวันที่ 15 -16 สิงหาคม 2552 ณ โรงแรม Stay Okay, The Hague โดยมีนักเรียน ODOS รุ่น1 และรุ่น 2 รวมทั้งสิ้น 53 คน โดยคณะวิทยากรจาก TSAN ร่วมมีบทบาทใน 3 ช่วง คือ
หัวข้อ “สถานการณ์ตลาดแรงงานในประเทศไทย และการทํางานกับภาครัฐในประเทศไทย” โดยคุณ
ปิยะนิตย์ โอนพรัตน์วิบูล
หัวข้อ “โอกาสในการศึกษาต่อและการสมัครรับทุนการศึกษา” ได้แก่ คุณปิยะนิตย์ โอนพรัตน์วิบูล, คุณภัสสุรีย์ ชีพสุมนต์, คุณพัชรินทร์ ลาภานันท์, คุณโดม โพธิกานนท์, คุณกู้เกียรติ ทุดปอ, คุณศศินี เขื่อนแก้ว, คุณชล บุนนาค และคุณภัทชา ด้วงกลัด
หัวข้อ “คลีนิกให้คําปรึกษาการวางแผนเส้นทางชีวิต” โดย  คุณปิยะนิตย์ โอนพรัตน์วิบูล, คุณภัสสุรีย์ ชีพสุมนต์, คุณพัชรินทร์ ลาภานันท์, คุณโดม โพธิกานนท์, คุณกู้เกียรติ ทุดปอ, คุณศศินี  เขื่อนแก้ว, 
คุณชล บุนนาค, คุณกมลา วุฒิเลิศเดชา   และคุณกิตติยา บูรณะบุญวงศ์
ทั้งนี้ คณะวิทยากร ได้มีการหารือถึงรูปแบบของการนำเสนอ,  การแบ่งกลุ่มย่อย, เอกสารประกอบ และวัสดุอุปกรณ์ต่าง ๆ ที่จำเป็นต้องใช้ในวันดังกล่าว
6.   งาน Thailand Grand Festival (TGF) ครั้งที่ 4
งาน Thailand Grand Festival ครั้งที่ 4 จะมีการจัดขึ้นในวันที่ 5-6 กันยายน 2552 ณ กรุงอัมสเตอร์ดัม สมาคมฯ ยินดีเข้าร่วม และช่วยดำเนินการในโครงการดังกล่าว ซึ่งในขณะนี้ทางสมาคมฯ ยังไม่ทราบ ความต้องการของสถานทูตในการว่าจ้างจำนวนนักเรียนช่วยงานที่แน่นอน แต่เพื่อเป็นการเตรียมความพร้อม ทางสมาคมฯ จะประกาศในเว็บไซด์ เพื่อให้นักเรียนที่มีความประสงค์จะช่วยงานในโครงการฯ ลงชื่อ วันที่สามารถช่วยงานได้ และลักษณะงานที่ต้องการช่วยงาน และส่งข้อมูลไปยังผู้ประสานงานของเมืองต่าง ๆ ทั้งนี้ นักเรียนที่ประสงค์ในการช่วยงานดังกล่าว จำเป็นต้องมีการปฏิบัติหน้าที่ตามงานที่ได้รับมอบหมายอย่างเคร่งครัด  นอกจากนี้มีการกำหนดหัวหน้า/ผู้รับผิดชอบงานหลักของแต่ละด้าน ดังนี้ งานขายอาหารและเครื่องดื่ม คือ ภัสสุรีย์ ชีพสุมนต์, งานถ่ายภาพ คือ กาญจนา ต่วนเทศ, งานขายคูปอง และปฎิคม คือ ปิยะนิตย์ โอนพรัตน์วิบูล, พัชรินทร์ ลาภานันท์, ศศินี เขื่อนแก้ว และโดม โพธิกานนท์ และงานประสานงานที่พักและอาหารแก่นักเรียนช่วยงาน คือ กู้เกียรติ ทุดปอ  และงานสถานที่ ทั้งการจัดเตรียมและการจัดเก็บ คือ ภูมรินทร์ ก๋าแก่น ร่วมกับกิตติพร สอนคลัง
7.   ไลเด้นเสวนา
สมาคมฯ กำหนดการจัดกิจกรรมเชิงวิชาการในหัวข้อ เรื่อง ความรัก: มนุษย์ ธรรมะ กับวิทยาศาสตร์
ในเบื้องต้น คือ วันที่ 10, 11, 17 หรือ 18 เดือนตุลาคม 2552 ณ สถานเอกอัครราชทูตไทย ประจำกรุงเฮก โดยจะมีการสอบถามวันที่ต้องการในการจัดกิจกรรมแก่สมาชิกต่อไป
8. วันนักเรียนไทย
สมาคมฯ กำหนดการจัดกิจกรรมวันนักเรียนไทย ในวันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2553 เมืองอูเทร็คท์ ซึ่งกิจกรรมดังกล่าว เป็นการส่งเสริมการสร้างเครือข่าย และการแลกเปลี่ยนประสบการณ์ของนักเรียนไทยในประเทศเนเธอร์แลนด์ ทั้งเชิงวิชาการและสันทนาการ ทั้งนี้ จะมีการหารือในรายละเอียดอีกครั้งภายหลังกิจกรรม TGF เสร็จสิ้น
9. โครงการประกวดภาพถ่ายครั้งที่ 1
ชมรมถ่ายภาพ ร่วมกับสมาคมฯ จัดโครงการประกวดการถ่ายภาพ ครั้งที่ 1 ขึ้น ทั้งนี้ สมาคมฯ ได้มีการ
ส่งโครงการดังกล่าว เพื่อขอรับการสนับสนุนของรางวัลจากทางสถานเอกอัครราชทูตไทย ประจำกรุงเฮก ซึ่งขณะนี้ ยังไม่ได้รับทราบผลการพิจารณา  สมาคมฯ จะดำเนินการติดตามและแจ้งให้ทราบต่อไป นอกจากนี้ได้มีการพิจารณาของรางวัลจากทางสมาคมฯ กรณีไม่ได้การสนับสนุนจากสถานทูตฯ คือ บัตรกำนัลจากทางร้านอาหารไทย หรือตั๋วรถไฟในการเดินทางไป-กลับภายในประเทศเนเธอร์แลนด์ สำหรับการจัดกิจกรรมของ TSAN  ครั้งถัดไป
10. เรื่องสถานที่ตั้งถาวรของสมาคมฯ ซึ่งในวันที่ได้เข้าพบท่านเอกอัครราชทูตไทยประจำราชอาณาจักรเนเธอร์แลนด์ เนื่องในโอกาสที่ท่านได้เข้ารับตำแหน่งใหม่ ที่ผ่านมา สมาคมฯได้เสนอเรื่องนี้ และ ทางสถานทูตไม่รับปากว่าจะสามารถเป็นที่ทำการของสมาคมได้ แต่ท่านเอกอัครราชทูตอนุญาตให้ส่งเอกสารของสมาคมฯ มายังที่อยู่ของสถานทูตได้ สำหรับสถานที่ในการจัดกิจกรรมถ้าหากจำนวนคนไม่มาก สถานทูตยินดีอำนวยความสะดวก
11. สมาคมฯ จะดำเนินการเช่ากล่องไปรษณีย์ โดยทางสถานทูตร่วมกับมูลนิธิไทยและสมาคมสยามยินดีออกค่าใช้จ่ายให้ ทั้งนี้จะมีการตรวจสอบราคาค่าเช่ากล่องไปรษณีย์และหารือในที่ประชุมคณะกรรมการสมาคมฯครั้งต่อไป

รายงานการประชุม

คณะกรรมการสมาคมนักเรียนไทยในราชอาณาจักรเนเธอร์แลนด์

ครั้งที่ 2/2552

วันที่ 8 สิงหาคม 2552

เวลา 12:00-15:00 น.
ณ วัดพุทธวิหาร อัมสเตอร์ดัม

1. การเปิดบัญชีธนาคารใหม่โดยใช้ชื่อสมาคมฯ

คุณสวลักษณ์ (อิ๋ว) ได้ดำเนินการสอบถามเกี่ยวกับเอกสารต่างๆ ที่จำเป็นในการเปิดบัญชีธนาคาร รวมทั้ง ได้ดำเนินการจัดส่งเอกสารต่าง ๆ ไปที่นายธนวรรษ เทียนสิน (พี่บอย) อดีตนายกสมาคมฯ  ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างทำวิจัยที่ต่างประเทศ  เพื่อให้ลงนามแก้ไขเปลี่ยนแปลงชื่อผู้มีอำนาจด้านการเงินของสมาคมฯ เป็นที่เรียบร้อย ซึ่งในระหว่างที่รอเอกสารต่าง ๆ ส่งกลับ จึงขอให้ใช้บัญชีธนาคารเดิมไปก่อน

2. สรุปกิจกรรมของสมาคมฯ ในรอบ 3 เดือนแรก  (มิ.ย. – ส.ค.) ที่ผ่านมา

TSAN ได้ดำเนินการกิจกรรมต่างๆ ดังต่อไปนี้ กิจกรม Photo trip, กิจกรรม Maastricht trip by Maastricht Gang, กิจกรรม TSAN Photo workshop, กิจกรรม TSAN News Letter, กิจกรรมงานปัจฉิมนิเทศนักเรียนทุน ODOS รุ่นที่ 1 และ 2, ร่วมกิจกรรมในงานเลี้ยงอำลาท่านอัครราชทูตที่ปรึกษาไกรรวี ศิริกุล (พี่ไก่) รวมทั้ง นายกสมาคมและตัวแทนคณะกรรมการนักเรียนไทยในราชอาณาจักรเนเธอร์แลนด์ ตัวแทนเจ้าของกิจการไทย มูลนิธิไทยและสมาคมสยาม ได้เข้าพบท่านเอกอัครราชทูตไทยประจำราชอาณาจักรเนเธอร์แลนด์ เนื่องในโอกาสที่ท่านได้เข้ารับตำแหน่งใหม่  ทั้งนี้  รายละเอียดของแต่ละกิจกรรมได้มีการเผยแพร่บน http://thaistudents.nl/ เป็นที่เรียบร้อย และมีข้อเสนอแนะ เพิ่มเติมของการดำเนินกิจกรรมที่ผ่านมา ดังนี้

ในการจัดกิจกรรม trip ตามเมืองต่างๆ ควรประสานงานหรือแจ้งข่าวให้ผู้ประสานงานประจำเมืองทราบตั้งแต่ต้น    เพื่อให้ประสิทธิภาพในการประสานงาน และผลลัพธ์ที่ดีของกิจกรรม

จากการจัดกิจกรรมที่ผ่านมา ที่มีกิจกรรมเชิงสันทนาการ ที่มากกว่าเชิงวิชาการนั้น ถึงแม้ว่าจะมีความสอดคล้องกับผลสำรวจความต้องการของสมาชิก แต่ควรจัดกิจกรรมที่หลากหลายมากขึ้น เช่น กิจกรรมเชิงวิชาการ หรือกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับการสร้างเสริมคุณธรรม (หรือที่เกี่ยวข้องกับพุทธศาสนา) หรือกิจกรรมการจัดการความรู้ (หรือการแลกเปลี่ยนประสบการณ์) ในการใช้ชีวิตเมื่อได้มาศึกษาต่อที่ต่างประเทศ  (ของแต่ละเมือง) เพิ่มขึ้น นอกจากนี้ ควรมีการเผยแพร่การดำเนินกิจกรรมช่วยเหลือสมาชิกที่ประสบปัญหาในเรื่องต่าง ๆ  ซึ่งส่วนใหญ่ไม่ได้ประชาสัมพันธ์ชัดเจนด้วย

ควรมีการประเมินการได้รับข่าวสารของสมาชิก ว่าเป็นไปได้อย่างทั่วถึงหรือไม่ เนื่องจากสมาชิกที่เข้าร่วมมักจะเป็นกลุ่มเดิม ๆ ที่เคยเข้าร่วมเสมอ ๆ

3. กรณีการส่งข้อความทางอีเมล์ เพื่อหารือในเรื่องต่าง ๆ ควรมีการระบุบุคคล / ตำแหน่ง เพิ่มเติม ที่ให้ทราบถึงความชัดเจนที่ต้องการให้บุคคลนั้นดำเนินการต่อไป

4. กรณีที่มีกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับการเบิก-จ่ายเงินของสมาคมฯ ควรมีแจ้งให้นายกฯ และเหรัญญิกทราบในทุกๆ กรณี นอกจากนี้ เสนอให้มีการพิจารณาปรับลดวงเงินที่นายกฯ มีสิทธิอนุมัติการเบิก-จ่ายลง จากที่กำหนดในระเบียบสมาคมฯ จำนวน  500 ยูโร ให้ลดลงเหลือ 100 ยูโร  กล่าวคือ หากจำนวนเงินต่ำกว่า 100 ยูโร นายกฯ มีอำนาจในการอนุมัติการเบิกจ่ายได้  แต่หากวงเงินเกิน 100 ยูโร ให้มีการนำเรื่องเข้าเสนอต่อคณะกรรมการฯ เพื่อลงมติอนุมัติ   ทั้งนี้ ขอให้ใช้มตินี้ไปก่อนนับจากนี้  ส่วนการแก้ไขระเบียบสมาคมฯ ให้สอดคล้องกับมตินี้ จะพิจารณาร่วมกันกับกรรมการฯ ท่านอื่น ที่ไม่ได้มาประชุมในคราวต่อไป

5. โครงการปัจฉิมนิเทศก์และแนะแนวการศึกษาต่อสำหรับ ODOS รุ่น 1 และ 2

โครงการปัจฉิมนิเทศฯ จะมีการจัดในวันที่ 15 -16 สิงหาคม 2552 ณ โรงแรม Stay Okay, The Hague โดยมีนักเรียน ODOS รุ่น1 และรุ่น 2 รวมทั้งสิ้น 53 คน โดยคณะวิทยากรจาก TSAN ร่วมมีบทบาทใน 3 ช่วง คือ

หัวข้อ “สถานการณ์ตลาดแรงงานในประเทศไทย และการทํางานกับภาครัฐในประเทศไทย” โดยคุณ
ปิยะนิตย์ โอนพรัตน์วิบูล

หัวข้อ “โอกาสในการศึกษาต่อและการสมัครรับทุนการศึกษา” ได้แก่ คุณปิยะนิตย์ โอนพรัตน์วิบูล, คุณภัสสุรีย์ ชีพสุมนต์, คุณพัชรินทร์ ลาภานันท์, คุณโดม โพธิกานนท์, คุณกู้เกียรติ ทุดปอ, คุณศศินี เขื่อนแก้ว, คุณชล บุนนาค และคุณภัทชา ด้วงกลัด

หัวข้อ “คลีนิกให้คําปรึกษาการวางแผนเส้นทางชีวิต” โดย  คุณปิยะนิตย์ โอนพรัตน์วิบูล, คุณภัสสุรีย์ ชีพสุมนต์, คุณพัชรินทร์ ลาภานันท์, คุณโดม โพธิกานนท์, คุณกู้เกียรติ ทุดปอ, คุณศศินี  เขื่อนแก้ว, 
คุณชล บุนนาค, คุณกมลา วุฒิเลิศเดชา   และคุณกิตติยา บูรณะบุญวงศ์

ทั้งนี้ คณะวิทยากร ได้มีการหารือถึงรูปแบบของการนำเสนอ,  การแบ่งกลุ่มย่อย, เอกสารประกอบ และวัสดุอุปกรณ์ต่าง ๆ ที่จำเป็นต้องใช้ในวันดังกล่าว

6.   งาน Thailand Grand Festival (TGF) ครั้งที่ 4

งาน Thailand Grand Festival ครั้งที่ 4 จะมีการจัดขึ้นในวันที่ 5-6 กันยายน 2552 ณ กรุงอัมสเตอร์ดัม สมาคมฯ ยินดีเข้าร่วม และช่วยดำเนินการในโครงการดังกล่าว ซึ่งในขณะนี้ทางสมาคมฯ ยังไม่ทราบ ความต้องการของสถานทูตในการว่าจ้างจำนวนนักเรียนช่วยงานที่แน่นอน แต่เพื่อเป็นการเตรียมความพร้อม ทางสมาคมฯ จะประกาศในเว็บไซด์ เพื่อให้นักเรียนที่มีความประสงค์จะช่วยงานในโครงการฯ ลงชื่อ วันที่สามารถช่วยงานได้ และลักษณะงานที่ต้องการช่วยงาน และส่งข้อมูลไปยังผู้ประสานงานของเมืองต่าง ๆ ทั้งนี้ นักเรียนที่ประสงค์ในการช่วยงานดังกล่าว จำเป็นต้องมีการปฏิบัติหน้าที่ตามงานที่ได้รับมอบหมายอย่างเคร่งครัด  นอกจากนี้มีการกำหนดหัวหน้า/ผู้รับผิดชอบงานหลักของแต่ละด้าน ดังนี้ งานขายอาหารและเครื่องดื่ม คือ ภัสสุรีย์ ชีพสุมนต์, งานถ่ายภาพ คือ กาญจนา ต่วนเทศ, งานขายคูปอง และปฎิคม คือ ปิยะนิตย์ โอนพรัตน์วิบูล, พัชรินทร์ ลาภานันท์, ศศินี เขื่อนแก้ว และโดม โพธิกานนท์ และงานประสานงานที่พักและอาหารแก่นักเรียนช่วยงาน คือ กู้เกียรติ ทุดปอ  และงานสถานที่ ทั้งการจัดเตรียมและการจัดเก็บ คือ ภูมรินทร์ ก๋าแก่น ร่วมกับกิตติพร สอนคลัง

7.   ไลเด้นเสวนา

สมาคมฯ กำหนดการจัดกิจกรรมเชิงวิชาการในหัวข้อ เรื่อง ความรัก: มนุษย์ ธรรมะ กับวิทยาศาสตร์

ในเบื้องต้น คือ วันที่ 10, 11, 17 หรือ 18 เดือนตุลาคม 2552 ณ สถานเอกอัครราชทูตไทย ประจำกรุงเฮก โดยจะมีการสอบถามวันที่ต้องการในการจัดกิจกรรมแก่สมาชิกต่อไป

8. วันนักเรียนไทย

สมาคมฯ กำหนดการจัดกิจกรรมวันนักเรียนไทย ในวันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2553 เมืองอูเทร็คท์ ซึ่งกิจกรรมดังกล่าว เป็นการส่งเสริมการสร้างเครือข่าย และการแลกเปลี่ยนประสบการณ์ของนักเรียนไทยในประเทศเนเธอร์แลนด์ ทั้งเชิงวิชาการและสันทนาการ ทั้งนี้ จะมีการหารือในรายละเอียดอีกครั้งภายหลังกิจกรรม TGF เสร็จสิ้น

9. โครงการประกวดภาพถ่ายครั้งที่ 1

ชมรมถ่ายภาพ ร่วมกับสมาคมฯ จัดโครงการประกวดการถ่ายภาพ ครั้งที่ 1 ขึ้น ทั้งนี้ สมาคมฯ ได้มีการ

ส่งโครงการดังกล่าว เพื่อขอรับการสนับสนุนของรางวัลจากทางสถานเอกอัครราชทูตไทย ประจำกรุงเฮก ซึ่งขณะนี้ ยังไม่ได้รับทราบผลการพิจารณา  สมาคมฯ จะดำเนินการติดตามและแจ้งให้ทราบต่อไป นอกจากนี้ได้มีการพิจารณาของรางวัลจากทางสมาคมฯ กรณีไม่ได้การสนับสนุนจากสถานทูตฯ คือ บัตรกำนัลจากทางร้านอาหารไทย หรือตั๋วรถไฟในการเดินทางไป-กลับภายในประเทศเนเธอร์แลนด์ สำหรับการจัดกิจกรรมของ TSAN  ครั้งถัดไป

10. เรื่องสถานที่ตั้งถาวรของสมาคมฯ ซึ่งในวันที่ได้เข้าพบท่านเอกอัครราชทูตไทยประจำราชอาณาจักรเนเธอร์แลนด์ เนื่องในโอกาสที่ท่านได้เข้ารับตำแหน่งใหม่ ที่ผ่านมา สมาคมฯได้เสนอเรื่องนี้ และ ทางสถานทูตไม่รับปากว่าจะสามารถเป็นที่ทำการของสมาคมได้ แต่ท่านเอกอัครราชทูตอนุญาตให้ส่งเอกสารของสมาคมฯ มายังที่อยู่ของสถานทูตได้ สำหรับสถานที่ในการจัดกิจกรรมถ้าหากจำนวนคนไม่มาก สถานทูตยินดีอำนวยความสะดวก

11. สมาคมฯ จะดำเนินการเช่ากล่องไปรษณีย์ โดยทางสถานทูตร่วมกับมูลนิธิไทยและสมาคมสยามยินดีออกค่าใช้จ่ายให้ ทั้งนี้จะมีการตรวจสอบราคาค่าเช่ากล่องไปรษณีย์และหารือในที่ประชุมคณะกรรมการสมาคมฯครั้งต่อไป

Older Posts »