Feeds:
Posts
Comments

Archive for the ‘อาหารสมอง’ Category

[บทความโดย พี่กวาง Apiradee Poungjit]
เคยไหมที่เวลาพยายามจะหักห้ามใจไม่ให้คิดถึงเรื่องบางอย่างที่ไม่อยากนึกถึง พยายามที่จะเก็บกดความคิด (suppression) นั้นเอาไว้  ยิ่งพยายามบอกใจตัวเองว่าไม่ให้ไปนึกถึงเมื่อไร ก็ยิ่งนึกถึงเรื่องนั้นมากขึ้น เหมือนกับเวลาที่เราขว้างบูมเมอแรงออกไปให้พ้นจากตัวเรา ไม่ว่าจะขว้างไปแรงมากเท่าไร ก็ยิ่งขว้างไปไม่พ้นตัวได้นาน เพราะบูมเมอแรงก็ย้อนกลับมาหาเราในที่สุด… ทุกครั้งไป

Read Full Post »

ชล รอตเตอร์ดัม
ช่วงนี้มีโอกาสได้เป็นที่ปรึกษาให้กับใครหลายๆคนเสียเหลือเกิน โดยเฉพาะในเรื่องจิตใจ และบาดแผลจากความรัก หรือสิ่งที่เกี่ยวข้องกับเรื่องหญิงชาย เรื่องรักๆใคร่ๆ
ในโอกาสอย่างนี้การใช้ธรรมะเข้าช่วยในการให้คำปรึกษาให้ผลค่อนข้างจะดีพอสมควรทีเดียว
จากที่ผมประสบมา คนที่เข้ามาขอคำปรึกษาจะมีลักษณะที่อุปมาได้ดังนี้คือ
เปรียบเหมือนคนถูกผลักตกลงมาในกระแสน้ำเชี่ยวกรากจากน้ำท่วมเฉียบพลัน โดนพัดไปกระแทกโขดหินและอื่นๆในกระแสน้ำ และก็หมดแรงจากความพยายามที่จะออกจากกระแสน้ำ เพราะน้ำมันแรงเหลือเกิน
(ตรงนี้เปรียบได้กับ หลังจากที่เผชิญเหตุการณ์อันเลวร้าย จิตใจเหมือนตกอยู่ในห้วงทุกข์ จิตใจหมองหม่น ไม่สว่างไม่มีกำลัง ความทุกข์ที่เกิดขึ้นในใจมันมากมายเสียจน ยากที่จะดึงตัวเองออกจากความทุกข์ได้ ซึ่งเป็นเรื่องธรรมดา เมื่อเจอความทุกข์แรงในช่วงแรกนั้น ย่อมเหมือนกับตกลงไปในกระแสน้ำเชี่ยวกราก ตั้งตัวไม่ติด…​ในขณะเดียวกัน แม้พยายามจะออกจากห่วงทุกข์ก็ทำไม่ได้ และก็ทุกข์เพิ่มเพราะ “อยาก” ออกจากทุกข์ …และจิตใจก็หมดแรงไปเพราะความทุกข์นี่เอง)
เราในฐานะคนช่วย ก็ไม่สามารถกระโดดลงไปในแม่น้ำได้ (เว้นแต่จะมีกำลังแบบเหลือล้น) ทำได้เพียงตะโกนบอกให้จับโขดหินไว้ หรือโยนเชือกลงไปให้จบรั้งเอาไว้เท่านั้น เพื่อไม่ให้ไหลลงไปกับกระแสน้ำเชี่ยวกรากนั้น …แค่จับให้มั่นก็ทำได้ลำบากแล้ว อย่าว่าแต่ให้รั้งตัวเองและฝืนตัวข้ามกระแสน้ำมาขึ้นฝั่งเลย
(ตรงนี้ก็คือ เราเองก็ไม่สามารถไปร่วมทุกข์กับเขาได้ ถ้าเราไปร่วมทุกข์ ตกอยู่ในห้วงทุกข์ร่วมกันแล้ว ก็ยากที่จะช่วยกันพาขึ้นมาจากห่วงทุกข์ได้ … เราทำได้แค่ เตือนสติเขา ให้เครื่องมือ ให้เขามีสติเพียงเท่านั้น …​ในช่วงเวลาที่ความทุกข์ยังไหลบ่ามา)
อย่างไรก็ดี ไม่มีน้ำท่วม น้ำป่าไหลหลากครั้งไหนที่จะเชี่ยวกรากตลอดเวลา สักพักน้ำจะค่อยๆอ่อนกระแสลงเองโดยธรรมชาติ ฉะนั้นเราจึงควรรั้งตัวเองเอาไว้ เพื่อรอจังหวะที่น้ำจะเบากระแสลง ในจังหวะนั้นเอง เขาอาจจะได้พักหรือพอจะมีกำลังมากขึ้น และเมื่อกระแสน้ำอ่อนแรงมากแล้ว เขาจึงสามารถฝ่ากระแสน้ำที่เบาบางลงมาขึ้นฝั่งได้
(ความทุกข์จะค่อยๆเบาบางไปตามกาลเวลาเอง หากเรามีสติอยู่กับตัว และไม่ไปคิดไปรู้สึกต่อเอง (คือคนส่วนใหญ่พอทุกข์แล้วมักจะคิดมากรู้สึกมากไปเองเพิ่มขึ้นไปอีก [...]

Read Full Post »

Read Full Post »

บทสัมภาษณ์คุณ Alex van der Wal
หลังจากที่เคยเล่าเรื่องราวเกี่ยวกับภาษาดัตช์ไปในฉบับที่แล้ว ในฉบับนี้ดิฉันขอนำเสนอเรื่องราวเกี่ยวกับการเรียนภาษาไทยของคุณ Alex van der Wal นักศึกษาจาก HES Amsterdam School of Business ที่กำลังศึกษาหลักสูตร Trade Management Asia (Thailand) ซึ่งต้องเรียนภาษาไทย ที่บรรจุเป็นวิชาบังคับอยู่ในหลักสูตรด้วย ดิฉันไม่แน่ใจแล้ว ว่าภาษาดัตช์ของดิฉันจะสู้ภาษาไทยของคุณอเล็กซ์ได้หรือไม่ เพราะบทสนทนาระหว่างการสัมภาษณ์นั้นเป็นภาษาไทยทั้งหมด และคุณอเล็กซ์ได้ตอบเป็นภาษาไทยได้อย่างชัดถ้อยชัดคำจนทำให้เจ้าของภาษา อย่างดิฉันอึ้งไปเลยทีเดียว
จุดเริ่มต้นของการเรียนภาษาไทย
ตอนอายุสิบสามปี (ตอนนี้อายุยี่สิบสอง) ไปเมืองไทยกับไกด์ชาวเบลเยี่ยม แล้วเค้าสอนภาษาไทยนิดหน่อย เพราะเวลาไปเที่ยวจะได้คุยกับคนอื่นรู้เรื่อง จากนั้นก็เรียนกับพี่ชายนิดหน่อย แล้วแข่งกันว่าใครรู้ภาษาไทยมากกว่ากัน แล้วก็กลับไปเมืองไทยอีกหลายครั้ง จากนั้นก็สนใจภาษาไทยมาเลย เพราะว่าจะได้เอาไว้คุยกับคนไทยที่พูดภาษาอังกฤษไม่ค่อยได้ และถ้าพูดภาษาไทยได้จะได้รู้ว่าจริงๆแล้วเค้าคิดอะไร

เกี่ยวกับหลักสูตรที่เรียน
มีเพื่อนชาวอินโดนีเซียที่เห็นว่าผมชอบไปเมืองไทย และชอบเรียนภาษาไทยบอกว่าที่ HES มีการสอนภาษาไทยที่เกี่ยวกับธุรกิจ มีนักเรียนชาวดัตช์สามคนที่เรียนหลักสูตรเดียวกัน แล้วก็มีคนไทยด้วย บางคนก็เป็นลูกครึ่ง ส่วนมากเค้าอยากไปเมืองไทยกัน เพราะหลักสูตรนี้ต้องไปเมืองไทยประมาณหนึ่งปี ผมเองก็ไปเรียน BBA ที่จุฬาฯ มาปีนึง น่าสนใจเหมือนกันเพราะอาจารย์ที่เป็นคนไทยกับฝรั่งสอนต่างกัน ส่วนการเรียนภาษาไทยที่ HES นั้นช่วงแรกๆเรียนภาษาไทยอาทิตย์ละสี่ชั่วโมงกับคุณครูสุภาภรณ์ [...]

Read Full Post »

ตอนค่ำของวันก่อนได้นั่งคุยกับ ทิงหยู เพื่อนไต้หวันที่มาเที่ยวปารีสด้วยกัน เกี่ยวกับเรื่องการนั่งสมาธิ นอกจากนี้เขายังได้สาธิตและเราก็นั่งสมาธิร่วมกันก่อนที่เราจะเข้านอนกันด้วย จากการคุยดังกล่าว มีประเด็นที่น่าสนใจเกี่ยวกับเรื่องสมาธิและความรู้ที่อยากจะบันทึกเอาไว้ดังนี้
ทิงหยูบอกว่า เมื่อเราจิตเรามีความเหมาะสมและมีกำลังระดับหนึ่งจากการฝึกสมาธิ ประกอบกับการที่เรามีข้อมูลเบื้องต้นในสมอง จากการอ่านหนังสือ/ฟังครูสอน เราจะสามารถเกิดญาณทัศนะได้ง่ายขึ้น หรือหากเป็นเวอร์ชั่นที่ extreme กว่านั้นก็คือ จริงๆแล้วความรู้นั้นอยู่รอบๆตัวของเรา เราเพียงแต่ต้องทำจิตใจเราให้พร้อมกับการรับองค์ความรู้นั้น เมื่อเวลามาถึง
ญาณทัศนะในที่นี้ก็คือ ความ “รู้” นั่นเอง นึกถึงจังหวะนึกออก หรือ เกิดความตระหนักในเรื่องบางเรื่อง แล้วรู้สึก อ๋อ หรือ อ่าฮ่า!!! อะไรแบบนี้ เรื่องที่รู้ขึ้นมานั่นก็คือ ญาณทัศนะ ในที่นี้ หรือ ความ “รู้” นั่นเอง
แต่โดยสรุปคือ ความ “รู้” นั้นไม่ได้มาจากการวิ่งหาเอาอย่างเดียวเท่านั้น แต่ต้องอาศัยจิตที่พร้อมที่จะ “รู้” คำตอบจากคำถามที่เราตั้งเพื่อหาความรู้นั้นอีกด้วย หากจิตเราไม่พร้อม วิ่งหาเท่าไหร่ก็เจอได้ยาก แต่หากจิตพร้อม แม้เราไม่ได้วิ่งหามันอยู่ จู่ๆมันก็จะโผล่ขึ้นมาให้เราเห็น
ฉะนั้นสภาพจิตใจที่เหมาะสมจึงอาจเรียกได้ว่าเป็น Necessary Condition ในการศึกษาหาความรู้ ไม่ว่าจะทางโลกหรือทางธรรมก็ตาม คำว่า Necessary [...]

Read Full Post »

นิทานล้านบรรทัด
เรื่อง > ประภาส ชลศรานนท์
หมวกสักหลาด
……………………………………………………….
ข้อสอบวิชาสนุกกับปรัชญาชีวิต (สปช.007)
อ่านข้อความต่อไปนี้ แล้วตอบคำถามท้ายเรื่อง
ชายคนหนึ่งไปเดินเที่ยวที่ตลาด
เขามองเห็นหมวกสักหลาดใบหนึ่งสวยถูกใจ
ป้ายราคาที่ติดอยู่นั้นก็ต้องนับว่าเป็นหมวกที่มีราคาแพงมาก
ใบหนึ่งเท่าที่เขาเคยเห็นมา เขาจึงเริ่มต่อรองราคา
แต่ไม่ว่าจะต่ออย่างไร คนขายก็ไม่ยอมลดราคาลงเลย
แม้แต่บาทเดียว ในที่สุดเขาก็ซื้อหมวกใบนั้นด้วยความรู้สึก
สองอย่างผสมกันคือทั้งถูกใจและทั้งเสียดาย
เขาเดินถือถุงกระดาษที่ใส่หมวกสักหลาดใบนั้นมาตามทาง
แล้วเขาก็คิดขึ้นมาว่า ไหน ๆ ก็ซื้อมาด้วยราคาแพงอย่างนี้
จะใส่อยู่ในถุงก็ดูเหมือนจะสูญเปล่า เขาจึงนำหมวกขึ้นมา
สวมหัว แล้วก็ทิ้งถุงกระดาษไป
ชายคนนั้นลืมไปว่า ฤดูนี้เป็นฤดูร้อน
เขาใส่หมวกเดินอวดตามตลาดอยู่สักพัก เขาก็เริ่มรู้สึก
ร้อนอบอ้าวไปทั้งหัว และเมื่อเห็นต้นไม้ใหญ่แผ่เงาร่มรื่น
เขาก็รีบเข้าไปอาศัยพักร้อนทันที
เขาถอดหมวกสักหลาดออกมาโบกแทนพัด เพื่อไล่
ความร้อนที่ใบหน้า แล้วพูดกับตัวเองว่า “ดีนะ ที่ซื้อหมวก
สักหลาดมา ไม่อย่างนั้นคงร้อนแย่เลย”
เขาโบกพัดจนผมเผ้าที่เปียกชุ่มไปด้วยเหงื่อแห้งลง “ถ้าไม่
ซื้อหมวกมา เราจะไปหาพัดจากที่ไหนได้”

Read Full Post »

ไลเดนเสวนา
หรือที่เราเรียกภาษาอังกฤษกันติดปากว่า  Leiden Dialogue เป็นกิจกรรม (กึ่ง) วิชาการ ที่ได้รับความสนใจสูงมาก
ความดีทั้งหมดคงต้องยกให้กับ พี่ชูเกียรติ น้อยฉิม
ที่ริเริ่มงานนี้จากวงสนทนาร่วมกับสมาชิกรุ่นเก่าและเก๋าเพียงไม่กี่คน
ไลเดนเสวนา เกิดขึ้นเพราะสำนึกรับผิดชอบในหน้าที่
ของพวกเรานักเรียนไทยในเนเธอร์แลนด์ ที่มีต่อสังคม
ในการนำวิชชาและปัญญามาใช้มองปัญหาของสังคม และมุ่งหาแนวทางแก้ไข
นอกเหนือจากการศึกษาหาความรู้ตามปกติ รวมทั้งการแสวงหาความสนุกตามกาล
ชูเกียรติ น้อยฉิม, Ph.D.
Faculty of Law, Leiden University
สำนักวิชานิติศาสตร์ มหาวิทยาลัย แม่ฟ้าหลวง
เหตุที่ได้ชื่อ “ไลเดนเสวนา” ก็เพราะเราเริ่มจากคุยไป กิน-ดื่มไป
ที่บ้านพี่ชูเกียรติ ณ ไลเดน แล้วพี่ชู ชอบโยนคำถามเล่นๆ ให้น้องๆ
ได้ขบคิด จนถึงตอนนี้ ไลเดนเสวนา ทำท่าว่าจะเป็น เสวนาสัญจร
เพราะเราหา(หัว)เรื่อง และเปลี่ยนสถานที่คุยกันไป ตามความเหมาะสม
ไลเดนเสวนา งานนี้บอกได้เลยว่าโดนใจ
เหมือนได้ดื่มกาแฟขมเข้มของดัชต์ ในยามเช้าที่ง่วงเหงาและหนาวเหน็บ
คิดว่าคงจะไปร่วมทุกครั้งที่มีโอกาส
ฉัตรโชติ ทิตาราม
Ph.D. Candidate
Faculty of Veterinary Medicine, Utrecht University
คณะสัตวแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่

Read Full Post »

เป็นคอลัมน์ของนิตสาร aday ค่ะ เขียนโดยพี่จิก ประภาส ชลศรานนท์
ต้องขอขอบคุณ aday และเพื่อนที่พิมพ์ส่งให้ด้วยนะค่ะ ^^
หวังว่าคงจะถูกใจแฟนหนังสือของพี่จิกนะค่ะ

นิทานล้านบรรทัด
เรื่อง> ประภาส ชลศรานนท์

ราชินีแห่งดินแดนมหัศจรรย์
……………………………………………………………….
“อย่าร้องไห้ไปเลย อลิศ” ราชินีแห่งดินแดนมหัศจรรย์พูดปลอบใจเด็กน้อย
อลิศยังคงสะอึกสะอื้น เธอไม่ได้ร้องไห้จริงจังนักซึ่งก็นับเป็นเรื่องธรรมดาของเด็กผู้หญิงที่มักจะร้องไห้เวลาที่ไม่รู้จะคิดต่อไปทางไหนดี
ราชินีแห่งดินแดนมหัศจรรย์บีบมือปลอบใจ “อลิศ เธอลองคิดดูสิว่าเธอน่ะน่ารักขนาดไหน”
เอ…น่ารักแล้วมันเกี่ยวอะไรกับความรู้สึกสิ้นหวังของอลิศหนอ คุณพระราชินีนี่ก็
อลิศยังคงสะอื้นอยู่
“เธอลองคิดดูว่าเธอเป็นเด็กผู้หญิงที่น่ารักขนาดไหน เธอลองคิดดูว่าเธอเดินทางมาไกลขนาดไหนแล้ว” ราชินีพูดต่อ “คิดดูสิว่าตอนนี้อากาศดีแค่ไหน คิดดูว่าตอนนี้มันกี่โมงแล้ว คิดอะไรก็ได้แต่อย่าร้องไห้”
อลิศหัวเราะเบา ๆ หัวเราะในขณะที่เธอจะกำลังร้องไห้อยู่
“คนเราห้ามการร้องไห้ด้วยการคิดถึงเรื่องอื่น ๆ ได้ด้วยหรือเพคะ”
“ฉันทำอย่างนั้นบ่อย ๆ ราชินีตอบยิ้ม ๆ “เธอก็รู้ไม่ใช่หรือ ว่าไม่มีใครทำอะไรสองอย่างพร้อม ๆ กันได้ แต่เราสามารถทำและคิดคนละอย่างได้
อลิศขมวดคิ้ว
“ไหนเธอลองเริ่มคิดถึงอายุตัวเองดูก็ได้ เธออายุเท่าไหร่จ๊ะเด็กน้อย”
“หนูอายุ 7 ขวบครึ่งพอดี” อลิศหยุดร้องไห้แล้ว เธอเพิ่งสังเกตเห็นวงหน้าอันงดงามของราชินีแห่งดินแดนมหัศจรรย์
ราชินียิ้มตอบ “หนูไม่จำเป็นต้องพูดคำว่าพอดีหรอก ถึงอย่างไรฉันก็เชื่อจ้ะ ว่าเธออายุ [...]

Read Full Post »

ก่อนจะเข้าเรื่องซีเรียสทั้งปวงของหนังเรื่องนี้ต้องบอกก่อนว่า แบรด พิตต์หล่อมาก หล่อสุดๆ อยากหล่อแบบนี้บ้างจริงๆเลย
โอเค เข้าเรื่องกันดีกว่า
ภาพยนตร์เรื่องนี้ก่อนเข้าฉายก็รับรู้ได้ว่าเป็นภาพยนตร์คุณภาพทีเดียว เพราะเข้าชิงรางวัล Academy Award ครั้งที่ 81 ในปี 2009 ที่ผ่านมานี้ถึง 13 รางวัล แม้จะได้รางวัลติดมือกลับบ้านไปเพียง 3 รางวัลเท่านั้น จากสาขา Visual Effects, Make Up, และ Art Direction แต่ก็ต้องยอมรับจริงๆว่าเขาสามารถทำให้แบรด พิตต์ย้อนเวลาจากอายุ 70 กลับไปเป็นเด็กได้อย่างเหลือเชื่อ
เรื่องราวโดยรวมของเรื่องนี้เป็นเรื่องราวชีวิตของชายคนหนึ่งตั้งแต่เกิด จนตาย ชายคนนี้พิเศษตรงที่ว่า เมื่อเขาเกิด เขามีลักษณะไม่ต่างอะไรกับคนแก่ที่ใกล้จะตาย แต่เมื่อเวลาผ่านไปเขากลับหนุ่มขึ้น จนท้ายที่สุดกลายเป็นเด็กทารกและจบชีวิตของเขาลง เรื่องราวได้ฉายภาพการเดินทางของชีวิตของเขาที่ออกจะสวนทางกับชีวิตของคน ทั่วๆไป ซึ่งทำให้เราในฐานะคนดูได้เห็นมุมมองของชีวิตที่แตกต่างออกไป เพราะในระดับหนึ่งหนังได้ฉายมุมมองที่ของตัวละครหลักคนนี้ คือ เบนจามิน ต่อชีวิตของคนปกติที่มองเขา ในขณะเดียวกัน หนังก็ฉายภาพมุมมองของคนอื่นที่มองมายังเบนจามิน ซึ่งในหลายๆครั้งมุมมองน้ันสะท้อนกลับไปเปิดเผยธรรมชาติของคนเหล่านั้น
ผมมองว่าวิธีการเล่าเรื่องค่อนข้างคล้ายคลึงกับภาพยนตร์เรื่อง Forest Gump เมื่อสิบกว่าปีก่อน นำแสดงโดย ทอม แฮงค์ ทั้งสองเรื่องได้สะท้อนเรื่องราวและมุมมองต่อชีวิตในลักษณะที่คนพิเศษมองคน [...]

Read Full Post »