Feeds:
Posts
Comments
รายงานการประชุม
คณะกรรมการสมาคมนักเรียนไทยในราชอาณาจักรเนเธอร์แลนด์
ครั้งที่ 2/2552
วันที่ 8 สิงหาคม 2552
เวลา 12:00-15:00 น.
ณ วัดพุทธวิหาร อัมสเตอร์ดัม
1. การเปิดบัญชีธนาคารใหม่โดยใช้ชื่อสมาคมฯ
คุณสวลักษณ์ (อิ๋ว) ได้ดำเนินการสอบถามเกี่ยวกับเอกสารต่างๆ ที่จำเป็นในการเปิดบัญชีธนาคาร รวมทั้ง ได้ดำเนินการจัดส่งเอกสารต่าง ๆ ไปที่นายธนวรรษ เทียนสิน (พี่บอย) อดีตนายกสมาคมฯ  ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างทำวิจัยที่ต่างประเทศ  เพื่อให้ลงนามแก้ไขเปลี่ยนแปลงชื่อผู้มีอำนาจด้านการเงินของสมาคมฯ เป็นที่เรียบร้อย ซึ่งในระหว่างที่รอเอกสารต่าง ๆ ส่งกลับ จึงขอให้ใช้บัญชีธนาคารเดิมไปก่อน
2. สรุปกิจกรรมของสมาคมฯ ในรอบ 3 เดือนแรก  (มิ.ย. – ส.ค.) ที่ผ่านมา
TSAN ได้ดำเนินการกิจกรรมต่างๆ ดังต่อไปนี้ กิจกรม Photo trip, กิจกรรม Maastricht trip by Maastricht Gang, กิจกรรม TSAN Photo workshop, กิจกรรม TSAN News Letter, กิจกรรมงานปัจฉิมนิเทศนักเรียนทุน ODOS รุ่นที่ 1 และ 2, ร่วมกิจกรรมในงานเลี้ยงอำลาท่านอัครราชทูตที่ปรึกษาไกรรวี ศิริกุล (พี่ไก่) รวมทั้ง นายกสมาคมและตัวแทนคณะกรรมการนักเรียนไทยในราชอาณาจักรเนเธอร์แลนด์ ตัวแทนเจ้าของกิจการไทย มูลนิธิไทยและสมาคมสยาม ได้เข้าพบท่านเอกอัครราชทูตไทยประจำราชอาณาจักรเนเธอร์แลนด์ เนื่องในโอกาสที่ท่านได้เข้ารับตำแหน่งใหม่  ทั้งนี้  รายละเอียดของแต่ละกิจกรรมได้มีการเผยแพร่บน http://thaistudents.nl/ เป็นที่เรียบร้อย และมีข้อเสนอแนะ เพิ่มเติมของการดำเนินกิจกรรมที่ผ่านมา ดังนี้
ในการจัดกิจกรรม trip ตามเมืองต่างๆ ควรประสานงานหรือแจ้งข่าวให้ผู้ประสานงานประจำเมืองทราบตั้งแต่ต้น    เพื่อให้ประสิทธิภาพในการประสานงาน และผลลัพธ์ที่ดีของกิจกรรม
จากการจัดกิจกรรมที่ผ่านมา ที่มีกิจกรรมเชิงสันทนาการ ที่มากกว่าเชิงวิชาการนั้น ถึงแม้ว่าจะมีความสอดคล้องกับผลสำรวจความต้องการของสมาชิก แต่ควรจัดกิจกรรมที่หลากหลายมากขึ้น เช่น กิจกรรมเชิงวิชาการ หรือกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับการสร้างเสริมคุณธรรม (หรือที่เกี่ยวข้องกับพุทธศาสนา) หรือกิจกรรมการจัดการความรู้ (หรือการแลกเปลี่ยนประสบการณ์) ในการใช้ชีวิตเมื่อได้มาศึกษาต่อที่ต่างประเทศ  (ของแต่ละเมือง) เพิ่มขึ้น นอกจากนี้ ควรมีการเผยแพร่การดำเนินกิจกรรมช่วยเหลือสมาชิกที่ประสบปัญหาในเรื่องต่าง ๆ  ซึ่งส่วนใหญ่ไม่ได้ประชาสัมพันธ์ชัดเจนด้วย
ควรมีการประเมินการได้รับข่าวสารของสมาชิก ว่าเป็นไปได้อย่างทั่วถึงหรือไม่ เนื่องจากสมาชิกที่เข้าร่วมมักจะเป็นกลุ่มเดิม ๆ ที่เคยเข้าร่วมเสมอ ๆ
3. กรณีการส่งข้อความทางอีเมล์ เพื่อหารือในเรื่องต่าง ๆ ควรมีการระบุบุคคล / ตำแหน่ง เพิ่มเติม ที่ให้
ทราบถึงความชัดเจนที่ต้องการให้บุคคลนั้นดำเนินการต่อไป
4. กรณีที่มีกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับการเบิก-จ่ายเงินของสมาคมฯ ควรมีแจ้งให้นายกฯ และเหรัญญิกทราบในทุกๆ กรณี นอกจากนี้ เสนอให้มีการพิจารณาปรับลดวงเงินที่นายกฯ มีสิทธิอนุมัติการเบิก-จ่ายลง จากที่กำหนดในระเบียบสมาคมฯ จำนวน  500 ยูโร ให้ลดลงเหลือ 100 ยูโร  กล่าวคือ หากจำนวนเงินต่ำกว่า 100 ยูโร นายกฯ มีอำนาจในการอนุมัติการเบิกจ่ายได้  แต่หากวงเงินเกิน 100 ยูโร ให้มีการนำเรื่องเข้าเสนอต่อคณะกรรมการฯ เพื่อลงมติอนุมัติ   ทั้งนี้ ขอให้ใช้มตินี้ไปก่อนนับจากนี้  ส่วนการแก้ไขระเบียบสมาคมฯ ให้สอดคล้องกับมตินี้ จะพิจารณาร่วมกันกับกรรมการฯ ท่านอื่น ที่ไม่ได้มาประชุมในคราวต่อไป
5. โครงการปัจฉิมนิเทศก์และแนะแนวการศึกษาต่อสำหรับ ODOS รุ่น 1 และ 2
โครงการปัจฉิมนิเทศฯ จะมีการจัดในวันที่ 15 -16 สิงหาคม 2552 ณ โรงแรม Stay Okay, The Hague โดยมีนักเรียน ODOS รุ่น1 และรุ่น 2 รวมทั้งสิ้น 53 คน โดยคณะวิทยากรจาก TSAN ร่วมมีบทบาทใน 3 ช่วง คือ
หัวข้อ “สถานการณ์ตลาดแรงงานในประเทศไทย และการทํางานกับภาครัฐในประเทศไทย” โดยคุณ
ปิยะนิตย์ โอนพรัตน์วิบูล
หัวข้อ “โอกาสในการศึกษาต่อและการสมัครรับทุนการศึกษา” ได้แก่ คุณปิยะนิตย์ โอนพรัตน์วิบูล, คุณภัสสุรีย์ ชีพสุมนต์, คุณพัชรินทร์ ลาภานันท์, คุณโดม โพธิกานนท์, คุณกู้เกียรติ ทุดปอ, คุณศศินี เขื่อนแก้ว, คุณชล บุนนาค และคุณภัทชา ด้วงกลัด
หัวข้อ “คลีนิกให้คําปรึกษาการวางแผนเส้นทางชีวิต” โดย  คุณปิยะนิตย์ โอนพรัตน์วิบูล, คุณภัสสุรีย์ ชีพสุมนต์, คุณพัชรินทร์ ลาภานันท์, คุณโดม โพธิกานนท์, คุณกู้เกียรติ ทุดปอ, คุณศศินี  เขื่อนแก้ว, 
คุณชล บุนนาค, คุณกมลา วุฒิเลิศเดชา   และคุณกิตติยา บูรณะบุญวงศ์
ทั้งนี้ คณะวิทยากร ได้มีการหารือถึงรูปแบบของการนำเสนอ,  การแบ่งกลุ่มย่อย, เอกสารประกอบ และวัสดุอุปกรณ์ต่าง ๆ ที่จำเป็นต้องใช้ในวันดังกล่าว
6.   งาน Thailand Grand Festival (TGF) ครั้งที่ 4
งาน Thailand Grand Festival ครั้งที่ 4 จะมีการจัดขึ้นในวันที่ 5-6 กันยายน 2552 ณ กรุงอัมสเตอร์ดัม สมาคมฯ ยินดีเข้าร่วม และช่วยดำเนินการในโครงการดังกล่าว ซึ่งในขณะนี้ทางสมาคมฯ ยังไม่ทราบ ความต้องการของสถานทูตในการว่าจ้างจำนวนนักเรียนช่วยงานที่แน่นอน แต่เพื่อเป็นการเตรียมความพร้อม ทางสมาคมฯ จะประกาศในเว็บไซด์ เพื่อให้นักเรียนที่มีความประสงค์จะช่วยงานในโครงการฯ ลงชื่อ วันที่สามารถช่วยงานได้ และลักษณะงานที่ต้องการช่วยงาน และส่งข้อมูลไปยังผู้ประสานงานของเมืองต่าง ๆ ทั้งนี้ นักเรียนที่ประสงค์ในการช่วยงานดังกล่าว จำเป็นต้องมีการปฏิบัติหน้าที่ตามงานที่ได้รับมอบหมายอย่างเคร่งครัด  นอกจากนี้มีการกำหนดหัวหน้า/ผู้รับผิดชอบงานหลักของแต่ละด้าน ดังนี้ งานขายอาหารและเครื่องดื่ม คือ ภัสสุรีย์ ชีพสุมนต์, งานถ่ายภาพ คือ กาญจนา ต่วนเทศ, งานขายคูปอง และปฎิคม คือ ปิยะนิตย์ โอนพรัตน์วิบูล, พัชรินทร์ ลาภานันท์, ศศินี เขื่อนแก้ว และโดม โพธิกานนท์ และงานประสานงานที่พักและอาหารแก่นักเรียนช่วยงาน คือ กู้เกียรติ ทุดปอ  และงานสถานที่ ทั้งการจัดเตรียมและการจัดเก็บ คือ ภูมรินทร์ ก๋าแก่น ร่วมกับกิตติพร สอนคลัง
7.   ไลเด้นเสวนา
สมาคมฯ กำหนดการจัดกิจกรรมเชิงวิชาการในหัวข้อ เรื่อง ความรัก: มนุษย์ ธรรมะ กับวิทยาศาสตร์
ในเบื้องต้น คือ วันที่ 10, 11, 17 หรือ 18 เดือนตุลาคม 2552 ณ สถานเอกอัครราชทูตไทย ประจำกรุงเฮก โดยจะมีการสอบถามวันที่ต้องการในการจัดกิจกรรมแก่สมาชิกต่อไป
8. วันนักเรียนไทย
สมาคมฯ กำหนดการจัดกิจกรรมวันนักเรียนไทย ในวันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2553 เมืองอูเทร็คท์ ซึ่งกิจกรรมดังกล่าว เป็นการส่งเสริมการสร้างเครือข่าย และการแลกเปลี่ยนประสบการณ์ของนักเรียนไทยในประเทศเนเธอร์แลนด์ ทั้งเชิงวิชาการและสันทนาการ ทั้งนี้ จะมีการหารือในรายละเอียดอีกครั้งภายหลังกิจกรรม TGF เสร็จสิ้น
9. โครงการประกวดภาพถ่ายครั้งที่ 1
ชมรมถ่ายภาพ ร่วมกับสมาคมฯ จัดโครงการประกวดการถ่ายภาพ ครั้งที่ 1 ขึ้น ทั้งนี้ สมาคมฯ ได้มีการ
ส่งโครงการดังกล่าว เพื่อขอรับการสนับสนุนของรางวัลจากทางสถานเอกอัครราชทูตไทย ประจำกรุงเฮก ซึ่งขณะนี้ ยังไม่ได้รับทราบผลการพิจารณา  สมาคมฯ จะดำเนินการติดตามและแจ้งให้ทราบต่อไป นอกจากนี้ได้มีการพิจารณาของรางวัลจากทางสมาคมฯ กรณีไม่ได้การสนับสนุนจากสถานทูตฯ คือ บัตรกำนัลจากทางร้านอาหารไทย หรือตั๋วรถไฟในการเดินทางไป-กลับภายในประเทศเนเธอร์แลนด์ สำหรับการจัดกิจกรรมของ TSAN  ครั้งถัดไป
10. เรื่องสถานที่ตั้งถาวรของสมาคมฯ ซึ่งในวันที่ได้เข้าพบท่านเอกอัครราชทูตไทยประจำราชอาณาจักรเนเธอร์แลนด์ เนื่องในโอกาสที่ท่านได้เข้ารับตำแหน่งใหม่ ที่ผ่านมา สมาคมฯได้เสนอเรื่องนี้ และ ทางสถานทูตไม่รับปากว่าจะสามารถเป็นที่ทำการของสมาคมได้ แต่ท่านเอกอัครราชทูตอนุญาตให้ส่งเอกสารของสมาคมฯ มายังที่อยู่ของสถานทูตได้ สำหรับสถานที่ในการจัดกิจกรรมถ้าหากจำนวนคนไม่มาก สถานทูตยินดีอำนวยความสะดวก
11. สมาคมฯ จะดำเนินการเช่ากล่องไปรษณีย์ โดยทางสถานทูตร่วมกับมูลนิธิไทยและสมาคมสยามยินดีออกค่าใช้จ่ายให้ ทั้งนี้จะมีการตรวจสอบราคาค่าเช่ากล่องไปรษณีย์และหารือในที่ประชุมคณะกรรมการสมาคมฯครั้งต่อไป

รายงานการประชุม

คณะกรรมการสมาคมนักเรียนไทยในราชอาณาจักรเนเธอร์แลนด์

ครั้งที่ 2/2552

วันที่ 8 สิงหาคม 2552

เวลา 12:00-15:00 น.
ณ วัดพุทธวิหาร อัมสเตอร์ดัม

1. การเปิดบัญชีธนาคารใหม่โดยใช้ชื่อสมาคมฯ

คุณสวลักษณ์ (อิ๋ว) ได้ดำเนินการสอบถามเกี่ยวกับเอกสารต่างๆ ที่จำเป็นในการเปิดบัญชีธนาคาร รวมทั้ง ได้ดำเนินการจัดส่งเอกสารต่าง ๆ ไปที่นายธนวรรษ เทียนสิน (พี่บอย) อดีตนายกสมาคมฯ  ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างทำวิจัยที่ต่างประเทศ  เพื่อให้ลงนามแก้ไขเปลี่ยนแปลงชื่อผู้มีอำนาจด้านการเงินของสมาคมฯ เป็นที่เรียบร้อย ซึ่งในระหว่างที่รอเอกสารต่าง ๆ ส่งกลับ จึงขอให้ใช้บัญชีธนาคารเดิมไปก่อน

2. สรุปกิจกรรมของสมาคมฯ ในรอบ 3 เดือนแรก  (มิ.ย. – ส.ค.) ที่ผ่านมา

TSAN ได้ดำเนินการกิจกรรมต่างๆ ดังต่อไปนี้ กิจกรม Photo trip, กิจกรรม Maastricht trip by Maastricht Gang, กิจกรรม TSAN Photo workshop, กิจกรรม TSAN News Letter, กิจกรรมงานปัจฉิมนิเทศนักเรียนทุน ODOS รุ่นที่ 1 และ 2, ร่วมกิจกรรมในงานเลี้ยงอำลาท่านอัครราชทูตที่ปรึกษาไกรรวี ศิริกุล (พี่ไก่) รวมทั้ง นายกสมาคมและตัวแทนคณะกรรมการนักเรียนไทยในราชอาณาจักรเนเธอร์แลนด์ ตัวแทนเจ้าของกิจการไทย มูลนิธิไทยและสมาคมสยาม ได้เข้าพบท่านเอกอัครราชทูตไทยประจำราชอาณาจักรเนเธอร์แลนด์ เนื่องในโอกาสที่ท่านได้เข้ารับตำแหน่งใหม่  ทั้งนี้  รายละเอียดของแต่ละกิจกรรมได้มีการเผยแพร่บน http://thaistudents.nl/ เป็นที่เรียบร้อย และมีข้อเสนอแนะ เพิ่มเติมของการดำเนินกิจกรรมที่ผ่านมา ดังนี้

ในการจัดกิจกรรม trip ตามเมืองต่างๆ ควรประสานงานหรือแจ้งข่าวให้ผู้ประสานงานประจำเมืองทราบตั้งแต่ต้น    เพื่อให้ประสิทธิภาพในการประสานงาน และผลลัพธ์ที่ดีของกิจกรรม

จากการจัดกิจกรรมที่ผ่านมา ที่มีกิจกรรมเชิงสันทนาการ ที่มากกว่าเชิงวิชาการนั้น ถึงแม้ว่าจะมีความสอดคล้องกับผลสำรวจความต้องการของสมาชิก แต่ควรจัดกิจกรรมที่หลากหลายมากขึ้น เช่น กิจกรรมเชิงวิชาการ หรือกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับการสร้างเสริมคุณธรรม (หรือที่เกี่ยวข้องกับพุทธศาสนา) หรือกิจกรรมการจัดการความรู้ (หรือการแลกเปลี่ยนประสบการณ์) ในการใช้ชีวิตเมื่อได้มาศึกษาต่อที่ต่างประเทศ  (ของแต่ละเมือง) เพิ่มขึ้น นอกจากนี้ ควรมีการเผยแพร่การดำเนินกิจกรรมช่วยเหลือสมาชิกที่ประสบปัญหาในเรื่องต่าง ๆ  ซึ่งส่วนใหญ่ไม่ได้ประชาสัมพันธ์ชัดเจนด้วย

ควรมีการประเมินการได้รับข่าวสารของสมาชิก ว่าเป็นไปได้อย่างทั่วถึงหรือไม่ เนื่องจากสมาชิกที่เข้าร่วมมักจะเป็นกลุ่มเดิม ๆ ที่เคยเข้าร่วมเสมอ ๆ

3. กรณีการส่งข้อความทางอีเมล์ เพื่อหารือในเรื่องต่าง ๆ ควรมีการระบุบุคคล / ตำแหน่ง เพิ่มเติม ที่ให้ทราบถึงความชัดเจนที่ต้องการให้บุคคลนั้นดำเนินการต่อไป

4. กรณีที่มีกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับการเบิก-จ่ายเงินของสมาคมฯ ควรมีแจ้งให้นายกฯ และเหรัญญิกทราบในทุกๆ กรณี นอกจากนี้ เสนอให้มีการพิจารณาปรับลดวงเงินที่นายกฯ มีสิทธิอนุมัติการเบิก-จ่ายลง จากที่กำหนดในระเบียบสมาคมฯ จำนวน  500 ยูโร ให้ลดลงเหลือ 100 ยูโร  กล่าวคือ หากจำนวนเงินต่ำกว่า 100 ยูโร นายกฯ มีอำนาจในการอนุมัติการเบิกจ่ายได้  แต่หากวงเงินเกิน 100 ยูโร ให้มีการนำเรื่องเข้าเสนอต่อคณะกรรมการฯ เพื่อลงมติอนุมัติ   ทั้งนี้ ขอให้ใช้มตินี้ไปก่อนนับจากนี้  ส่วนการแก้ไขระเบียบสมาคมฯ ให้สอดคล้องกับมตินี้ จะพิจารณาร่วมกันกับกรรมการฯ ท่านอื่น ที่ไม่ได้มาประชุมในคราวต่อไป

5. โครงการปัจฉิมนิเทศก์และแนะแนวการศึกษาต่อสำหรับ ODOS รุ่น 1 และ 2

โครงการปัจฉิมนิเทศฯ จะมีการจัดในวันที่ 15 -16 สิงหาคม 2552 ณ โรงแรม Stay Okay, The Hague โดยมีนักเรียน ODOS รุ่น1 และรุ่น 2 รวมทั้งสิ้น 53 คน โดยคณะวิทยากรจาก TSAN ร่วมมีบทบาทใน 3 ช่วง คือ

หัวข้อ “สถานการณ์ตลาดแรงงานในประเทศไทย และการทํางานกับภาครัฐในประเทศไทย” โดยคุณ
ปิยะนิตย์ โอนพรัตน์วิบูล

หัวข้อ “โอกาสในการศึกษาต่อและการสมัครรับทุนการศึกษา” ได้แก่ คุณปิยะนิตย์ โอนพรัตน์วิบูล, คุณภัสสุรีย์ ชีพสุมนต์, คุณพัชรินทร์ ลาภานันท์, คุณโดม โพธิกานนท์, คุณกู้เกียรติ ทุดปอ, คุณศศินี เขื่อนแก้ว, คุณชล บุนนาค และคุณภัทชา ด้วงกลัด

หัวข้อ “คลีนิกให้คําปรึกษาการวางแผนเส้นทางชีวิต” โดย  คุณปิยะนิตย์ โอนพรัตน์วิบูล, คุณภัสสุรีย์ ชีพสุมนต์, คุณพัชรินทร์ ลาภานันท์, คุณโดม โพธิกานนท์, คุณกู้เกียรติ ทุดปอ, คุณศศินี  เขื่อนแก้ว, 
คุณชล บุนนาค, คุณกมลา วุฒิเลิศเดชา   และคุณกิตติยา บูรณะบุญวงศ์

ทั้งนี้ คณะวิทยากร ได้มีการหารือถึงรูปแบบของการนำเสนอ,  การแบ่งกลุ่มย่อย, เอกสารประกอบ และวัสดุอุปกรณ์ต่าง ๆ ที่จำเป็นต้องใช้ในวันดังกล่าว

6.   งาน Thailand Grand Festival (TGF) ครั้งที่ 4

งาน Thailand Grand Festival ครั้งที่ 4 จะมีการจัดขึ้นในวันที่ 5-6 กันยายน 2552 ณ กรุงอัมสเตอร์ดัม สมาคมฯ ยินดีเข้าร่วม และช่วยดำเนินการในโครงการดังกล่าว ซึ่งในขณะนี้ทางสมาคมฯ ยังไม่ทราบ ความต้องการของสถานทูตในการว่าจ้างจำนวนนักเรียนช่วยงานที่แน่นอน แต่เพื่อเป็นการเตรียมความพร้อม ทางสมาคมฯ จะประกาศในเว็บไซด์ เพื่อให้นักเรียนที่มีความประสงค์จะช่วยงานในโครงการฯ ลงชื่อ วันที่สามารถช่วยงานได้ และลักษณะงานที่ต้องการช่วยงาน และส่งข้อมูลไปยังผู้ประสานงานของเมืองต่าง ๆ ทั้งนี้ นักเรียนที่ประสงค์ในการช่วยงานดังกล่าว จำเป็นต้องมีการปฏิบัติหน้าที่ตามงานที่ได้รับมอบหมายอย่างเคร่งครัด  นอกจากนี้มีการกำหนดหัวหน้า/ผู้รับผิดชอบงานหลักของแต่ละด้าน ดังนี้ งานขายอาหารและเครื่องดื่ม คือ ภัสสุรีย์ ชีพสุมนต์, งานถ่ายภาพ คือ กาญจนา ต่วนเทศ, งานขายคูปอง และปฎิคม คือ ปิยะนิตย์ โอนพรัตน์วิบูล, พัชรินทร์ ลาภานันท์, ศศินี เขื่อนแก้ว และโดม โพธิกานนท์ และงานประสานงานที่พักและอาหารแก่นักเรียนช่วยงาน คือ กู้เกียรติ ทุดปอ  และงานสถานที่ ทั้งการจัดเตรียมและการจัดเก็บ คือ ภูมรินทร์ ก๋าแก่น ร่วมกับกิตติพร สอนคลัง

7.   ไลเด้นเสวนา

สมาคมฯ กำหนดการจัดกิจกรรมเชิงวิชาการในหัวข้อ เรื่อง ความรัก: มนุษย์ ธรรมะ กับวิทยาศาสตร์

ในเบื้องต้น คือ วันที่ 10, 11, 17 หรือ 18 เดือนตุลาคม 2552 ณ สถานเอกอัครราชทูตไทย ประจำกรุงเฮก โดยจะมีการสอบถามวันที่ต้องการในการจัดกิจกรรมแก่สมาชิกต่อไป

8. วันนักเรียนไทย

สมาคมฯ กำหนดการจัดกิจกรรมวันนักเรียนไทย ในวันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2553 เมืองอูเทร็คท์ ซึ่งกิจกรรมดังกล่าว เป็นการส่งเสริมการสร้างเครือข่าย และการแลกเปลี่ยนประสบการณ์ของนักเรียนไทยในประเทศเนเธอร์แลนด์ ทั้งเชิงวิชาการและสันทนาการ ทั้งนี้ จะมีการหารือในรายละเอียดอีกครั้งภายหลังกิจกรรม TGF เสร็จสิ้น

9. โครงการประกวดภาพถ่ายครั้งที่ 1

ชมรมถ่ายภาพ ร่วมกับสมาคมฯ จัดโครงการประกวดการถ่ายภาพ ครั้งที่ 1 ขึ้น ทั้งนี้ สมาคมฯ ได้มีการ

ส่งโครงการดังกล่าว เพื่อขอรับการสนับสนุนของรางวัลจากทางสถานเอกอัครราชทูตไทย ประจำกรุงเฮก ซึ่งขณะนี้ ยังไม่ได้รับทราบผลการพิจารณา  สมาคมฯ จะดำเนินการติดตามและแจ้งให้ทราบต่อไป นอกจากนี้ได้มีการพิจารณาของรางวัลจากทางสมาคมฯ กรณีไม่ได้การสนับสนุนจากสถานทูตฯ คือ บัตรกำนัลจากทางร้านอาหารไทย หรือตั๋วรถไฟในการเดินทางไป-กลับภายในประเทศเนเธอร์แลนด์ สำหรับการจัดกิจกรรมของ TSAN  ครั้งถัดไป

10. เรื่องสถานที่ตั้งถาวรของสมาคมฯ ซึ่งในวันที่ได้เข้าพบท่านเอกอัครราชทูตไทยประจำราชอาณาจักรเนเธอร์แลนด์ เนื่องในโอกาสที่ท่านได้เข้ารับตำแหน่งใหม่ ที่ผ่านมา สมาคมฯได้เสนอเรื่องนี้ และ ทางสถานทูตไม่รับปากว่าจะสามารถเป็นที่ทำการของสมาคมได้ แต่ท่านเอกอัครราชทูตอนุญาตให้ส่งเอกสารของสมาคมฯ มายังที่อยู่ของสถานทูตได้ สำหรับสถานที่ในการจัดกิจกรรมถ้าหากจำนวนคนไม่มาก สถานทูตยินดีอำนวยความสะดวก

11. สมาคมฯ จะดำเนินการเช่ากล่องไปรษณีย์ โดยทางสถานทูตร่วมกับมูลนิธิไทยและสมาคมสยามยินดีออกค่าใช้จ่ายให้ ทั้งนี้จะมีการตรวจสอบราคาค่าเช่ากล่องไปรษณีย์และหารือในที่ประชุมคณะกรรมการสมาคมฯครั้งต่อไป

ข่าวโดย แดง Nijmegen

    งานปัจฉิมนิเทศนักเรียนทุน ODOS รุ่นที่1 ครั้งนี้จัดขึ้น ณ โรงแรม StayOkay กรุงเฮก ในวันเสาร์ที่ 15 ถึงวันอาทิตย์ที่ 16 สิงหาคม 2552 โดยช่วงเช้าวันเสาร์น้องๆทยอยกันมาลงทะเบียนและรับเอกสารที่ทางสถานทูตได้จัดเตรียมไว้แต่เช้ามืด (แหล่งข่าวกระซิบว่าตีห้าครึ่ง) ในงานนี้ท่านเอกอัครราชทูตได้ให้เกียรติเป็นผู้กล่าวเปิดงานและให้โอวาทกับนักเรียนทุน จากนั้นกิจกรรมก็ดำเนินไปตามกำหนดการ โดยวันเสาร์เป็นการให้ข้อมูลเพื่อเตรียมความพร้อมจากรั้วมหาวิทยาลัยสู่โลกแห่งการทำงาน มีทั้งตัวแทนจากหน่วยงานภาคเอกชน ภาครัฐ และโอกาสในการศึกษาต่อมาเป็นทางเลือกที่หลากหลาย ตัวแทนจากภาคเอกชนคือคุณเนาวรัตน์ บำรุงจิตต์ จากบริษัทในเครือ CP มาสอนน้องๆเขียน roadmap และพูดถึงการทำงานในภาคเอกชน ตัวแทนจากภาครัฐคือพี่กิ๊ก ปิยะนิตย์ของน้องๆที่ให้ข้อมูลที่ครบถ้วนและน่าสนใจเกี่ยวกับโอกาสในการทำงานในภาครัฐ ปิดท้ายด้วยโอกาสในการศึกษาต่อจากพี่ๆนักศึกษาปริญญาโทและเอกที่มาเล่าให้น้องๆฟังถึงทุนประเภทต่างๆ ทั้งจากรัฐบาล เอกชน และการสมัครหาที่เรียนด้วยตนเอง ที่น่าประทับใจคือน้องๆมีความตื่นตัวมากและซักถามตลอดการบรรยาย

P1030296

 

 

 

 

 

 

 

 

กิจกรรมในภาคค่ำหลังจากรับประทานอาหารค่ำมื้อพิเศษ สร้างรอยยิ้มและหยดน้ำตา(แห่งความตื้นตันใจ)ให้แก่ทุกคน เริ่มด้วยการบรรเลงกีต้าร์จากคู่โจก้อง(พี่เคและพี่ชล)และแขกพิเศษคือท่านเอกอัครราชทูต ต่อด้วยกิจกรรมกลุ่มที่เรียกเสียงฮาเมื่อมีการคัดเลือกตัวแทนกลุ่มที่เพื่อนๆประทับใจกับการวางแผน roadmap และผู้ที่ชนะใจเพื่อนๆก็คือน้องหน่อยหมูหลุมที่มีความคิดจะกลับไปพัฒนาบ้านเกิดตามนโยบายเศรษฐกิจพอเพียงในพระราชดำรัส เข้ากั้นเข้ากันกับกระแสฮอตฮิตของละคร “ผู้ใหญ่ลีกับนางมา” โดยไม่ได้ตั้งใจ หลังจากนั้นน้องๆก็เขียนจดหมายจ่าหน้าซองถึงตนเองเกี่ยวกับสิ่งที่ตนเองคิดและเป้าหมายที่วางไว้หย่อนลงในกล่องที่ทางสถานทูตเตรียมไว้เพื่อส่งให้น้องๆในภายหลัง โดยท่านทูตได้ผูกข้อมือรับขวัญและอวยพรให้น้องๆทุกคน งานนี้น้องๆเช็ดน้ำตากันป้อยๆ ฝ่ายพี่ๆก็แอบเช็ดน้ำตากันเป็นแถวด้วยความตื้นตันใจ เมื่อท่านทูตกล่าวให้ ข้อคิดและมอบของระลึกแก่วิทยากรแล้วทุกคนก็แยกย้ายไปนอนด้วยรอยยิ้ม

P1030329

 

 

 

 

 

 

 

 

P1030277

 

 

 

 

 

 

 

 

P1030285

 

 

 

 

 

 

 

 

 

กิจกรรมในวันอาทิตย์เป็นกิจกรรมเตรียมความพร้อมสู่โลกแห่งการทำงาน เริ่มจากอาจารย์ฉัตรวิบูลย์ ไพจ์เซลที่ให้คำแนะนำในเรื่องของบุคลิกภาพและการเตรียมตัวในการสมัครงานในช่วงเช้า น้องๆต่างสนุกสนานกับกิจกรรมและเกมที่หลายคนได้รับรางวัลปล่อยให้เพื่อนที่พลาดรางวัลนั่งมองตาละห้อย หลังอาหารกลางวันแทนที่จะหนังท้องตึงหนังตาหย่อนทุกคนกลับตื่นเต้นและกระตือรือร้นในการเตรียมตัวแทนกลุ่มไปทดลองสัมภาษณ์งานตามแหล่งงานห้าแห่งที่เลือกไว้ พอถึงเวลาสัมภาษณ์น้องๆต่างทำเต็มที่และทำได้ดีทุกคน ทำเอาพี่ๆและเพื่อนๆอึ้ง ทึ่ง และชื่นชมในความสามารถและบุคลิกภาพที่โดนเด่นแม้ว่าจะมีสายตานับสิบๆคู่จ้องมองและบางคนกระซิบว่าแทบจะเป็นลม งานนี้พิสูจน์ให้เห็นว่าน้องๆนักเรียนทุนมีความพร้อมที่จะกลับไปรับใช้ประเทศชาติด้วยความรู้และความสามารถที่เต็มเปี่ยมไปด้วยประสิทธิภาพอย่างแท้จริง

P1030305

 

 

 

 

 

 

 

 

 
ไม่มีงานเลี้ยงใดไม่เลิกรา ในที่สุดหลังสรุปกิจกรรมและประเมินผล ทุกคนต่างก็แยกย้ายกันกลับบ้าน สำหรับนักเรียนทุน ODOS หลายคนต่างกำลังจะกลับบ้านที่ตนจากมาเมื่อสี่ปีที่แล้วในระยะเวลาอีกไม่นานเพื่อไปเริ่มต้นชีวิตใหม่ในถิ่นเดิมของตนเอง ตอนนี้สำหรับหลายๆคนเริ่มนับเวลาถอยหลังกันแล้ว บรรยากาศที่สนุกสนาน อบอวลไปด้วยเสียงพูดคุยและเสียงหัวเราะ รวมทั้งรอยยิ้มทั้งน้ำตาในครั้งนี้คงเป็นภาพที่จะตราตรึงอยู่ในความทรงจำของทุกๆคนไปอีกนาน และเป็นหนึ่งในความทรงจำดีๆที่ต่างแดน

โชคดีทุกคน นักเรียนทุน ODOS รุ่นที่หนึ่ง!

คณะกรรมการสมาคมนักเรียนไทยในราชอาณาจักรเนเธอร์แลนด์ได้ประชุมกันเป็นครั้งที่ 2 ของคณะกรรมการสมาคมฯชุดใหม่ประจำปี 2552 เมื่อวันที่ 8 สิงหาคม 2552 เวลา 12:00-15:00 น. ณ วัดพุทธวิหาร อัมสเตอร์ดัม โดยในครั้งนี้พี่นิด เจ้าของร้านโคราช อัมสเตอร์ดัม ได้ให้ความอนุเคราะห์นำอาหารเที่ยงมาให้ถึงที่วัด ขอขอบคุณมา ณ โอกาสนี้ด้วยครับ

ก่อนประชุม เราได้นมัสการและสนทนากับท่านพระมหาจำเริญ เจ้าอาวาสวัดวัดพุทธวิหาร อัมสเตอร์ดัม และได้ทราบทราบว่าวันที่ 9 สิงหาคม 2552 ทางวัดจัดงานเฉลิมพระชนมพรรษา สมเด็จพระบรมราชินีนาถและงานวันแม่ ท่านได้เชิญพวกเราเข้าร่วมงานซึ่งท่านเอกอัครราชทูตรับเชิญไปเป็นประธานในพิธีด้วย

คณะกรรมการฯได้สรุปกิจกรรมของสมาคมฯ ในรอบ 3 เดือนแรก  (มิ.ย. – ส.ค.) ที่ผ่านมาว่าTSAN ได้ดำเนินการกิจกรรมต่างๆ ดังต่อไปนี้ กิจกรม Photo trip, กิจกรรม Maastricht trip by Maastricht Gang, กิจกรรม TSAN Photo workshop (อยู่ในขั้นเตรียมงาน), กิจกรรม TSAN Newsletter, กิจกรรมงานปัจฉิมนิเทศนักเรียนทุน ODOS รุ่นที่ 1, ร่วมกิจกรรมในงานเลี้ยงอำลาท่านอัครราชทูตที่ปรึกษาไกรรวี ศิริกุล (พี่ไก่) รวมทั้ง นายกสมาคมและตัวแทนคณะกรรมการนักเรียนไทยในราชอาณาจักรเนเธอร์แลนด์ ตัวแทนเจ้าของกิจการไทย มูลนิธิไทยและสมาคมสยาม ได้เข้าพบท่านเอกอัครราชทูตไทยประจำราชอาณาจักรเนเธอร์แลนด์ เนื่องในโอกาสที่ท่านได้เข้ารับตำแหน่งใหม่ ทั้งนี้ รายละเอียดของแต่ละกิจกรรมได้มีการเผยแพร่บน http://thaistudents.nl/ เป็นที่เรียบร้อยแล้ว

กิจกรรมที่จะมีต่อไปคือ

1. ไลเด้นเสวนา

สมาคมฯกำหนดการจัดกิจกรรมเชิงวิชาการในหัวข้อ เรื่อง ความรัก: มนุษย์ ธรรมะ กับวิทยาศาสตร์ในเบื้องต้น คือ วันที่ 10, 11, 17 หรือ 18 เดือนตุลาคม 2552 ณ สถานเอกอัครราชทูตไทย ประจำกรุงเฮก โดยจะมีการสอบถามวันที่ต้องการในการจัดกิจกรรมแก่สมาชิกต่อไป

2. วันนักเรียนไทย

สมาคมฯ กำหนดการจัดกิจกรรมวันนักเรียนไทย ในวันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2553 เมืองอูเทร็คท์  ซึ่งกิจกรรมดังกล่าว เป็นการส่งเสริมการสร้างเครือข่ายและการแลกเปลี่ยนประสบการณ์ของนักเรียนไทยในประเทศเนเธอร์แลนด์ ทั้งเชิงวิชาการและสันทนาการ ทั้งนี้ จะมีการหารือในรายละเอียดอีกครั้งภายหลังกิจกรรม TGF เสร็จสิ้น

3. โครงการประกวดภาพถ่ายครั้งที่ 1

ชมรมถ่ายภาพ ร่วมกับสมาคมฯ จัดโครงการประกวดการถ่ายภาพ ครั้งที่ 1 ขึ้น ทั้งนี้ สมาคมฯ ได้มีการส่งโครงการดังกล่าว เพื่อขอรับการสนับสนุนของรางวัลจากทางสถานเอกอัครราชทูตไทย ประจำกรุงเฮก ซึ่งขณะนี้ ยังไม่ได้รับทราบผลการพิจารณา  สมาคมฯ จะดำเนินการติดตามและแจ้งให้ทราบต่อไป นอกจากนี้ได้มีการพิจารณาของรางวัลจากทางสมาคมฯ กรณีไม่ได้การสนับสนุนจากสถานทูตฯ คือ บัตรกำนัลจากทางร้านอาหารไทย หรือตั๋วรถไฟในการเดินทางไป-กลับภายในประเทศเนเธอร์แลนด์ สำหรับการกิจกรรมของ TSAN  ครั้งถัดไป

หลังเสร็จสิ้นการประชุม คณะกรรมการสมาคมฯได้ช่วยทางวัดจัดสถานที่สำหรับงานวันแม่ ต่อจากนั้นบางส่วนได้ไปพบปะสนทนาและร่วมรับประทานอาหารกับพี่จอย ร้านท้อปไทย ซึ่งเป็นกรรมการมูลนิธิไทย คอยช่วยเหลือคนไทยที่ประสบปัญหาในเนเธอร์แลนด์ ขอขอบคุณพี่จอยมา ณ ที่นี้ด้วยครับ

วันที่ 9 สิงหาคม 2552 คณะกรรมการสมาคมฯบางส่วนได้เป็นตัวแทนไปร่วมงานเฉลิมพระชนมพรรษา สมเด็จพระบรมราชินีนาถและงานวันแม่ในงานตอนเช้ามีพิธีทำบุญตักบาตร ถวายสังฆทาน พี่ๆร้านอาหารไทยในอัมสเตอร์ดัมร่วมใจกันทำอาหารคาวหวานมาเลี้ยงสาธุชนผู้มาทำบุญ เมื่อถึงกำหนดเวลาที่ท่านเอกอัครราชทูต ประธานในพิธีและภริยา และท่านอัครราชทูตที่ปรึกษา ทุกคนก็ได้เข้าไปนั่งต้อนรับบริเวณพิธี ประธานในพิธีจุดเทียนและกราบพระรัตนตรัย พระสงฆ์และสาธุชนร่วมสวดมนต์และร้องเพลงสดุดีมหาราชา พระสงฆ์แสดงธรรมในหัวข้อพระคุณแม่ เมื่อเสร็จพิธีก่อนท่านเอกอัครราชทูตเดินทางกลับ คนไทยที่มาร่วมงานต่างแสดงความชื่นชมด้วยการมอบดอกไม้และถ่ายรูปร่วมกับท่านเป็นที่ระลึก ขอเชิญชมภาพประทับใจของงานทั้ง 2 วันได้ที่นี่ครับ

Foto0261

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

คณะกรรมการสมาคมร่วมรับประทานอาหารก่อนเริ่มการประชุม

Foto0262

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ขอขอบคุณข้าวหม้อใหญ่จากทางวัดและกับข้าวแสนอร่อยจากพี่นิด ร้านโคราช

Foto0264

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

สาธุชนทั้งชาวไทยและชาวดัตช์มาร่วมทำบุญกันอย่างล้นหลาม

Foto0268

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ก๋วยเตี๋ยวพี่จูดี้ น้ำซุปเข้มข้นมาก

Foto0269

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ผลไม้และของหวาน (บัวลอย) ก็อยู่ข้างๆโต๊ะก๋วยเตี๋ยว

Foto0271

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

เมื่อท่านเอกอัครราชทูตเดินทางมาถึง คุณวนิดา รองนายกสมาคมสยาม (ฝ่ายประชาสัมพันธ์และวัฒนธรรม, http://www.stichtingsajaam.nl) นำสวดมนต์ไหว้พระและดำเนินรายการ

Foto0274

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ท่านเอกอัครราชทูตจุดเทียนบูชาพระรัตนตรัย

Foto0276

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

พระสงฆ์เจริญพระพุทธมนต์ให้ให้ศีลให้พรแก่สาธุชน

 

ภาพบางส่วนจากรายการสุวรรณภูมิโชว์

สวัสดีพี่ๆ น้องๆ นักเรียนไทยในเนเธอร์แลนด์ทุกท่าน

ในช่วงนี้ของทุกๆ ปี พี่ๆ น้องๆ หลายท่านคงจำกันได้ว่า เป็นช่วงเวลาที่เราช่วยกันเตรียมงาน Thailand Grand Festival (TGF) หรืองานเทศกาลไทย ซึ่งสถานทูตไทยในเนเธอร์แลนด์เป็นแม่งานในการจัดงานนี้ โดยงานในปีนี้ จัดขึ้นเป็นปีที่ 4 แล้ว

สำหรับงาน TGF ครั้งที่ 4 นี้ มีกำหนดจัดขึ้นระหว่างวันที่ 5-6 กันยายน 2552 สถานที่จัดงานยังคงเป็นที่เดิม คือ Buersplein ใน Amsterdam

เช่นเคย งาน TGF 4 ในปีนี้ ความร่วมมือร่วมใจของนักเรียนไทยในเนเธอร์แลนด์ ในการจัดงานร่วมกับสถานทูตฯ ยังเป็นสิ่งสำคัญมาก หวังว่าปีนี้พวกเราคงจะมารวมพลัง แสดงศักยภาพของคนไทยให้กับชาวเนเธอร์แลนด์ได้ชมเหมือนงานเมื่อ 3 ปี ที่ผ่านมานะคะ

ทาง TSAN จึงขอความร่วมมือมายังทุกท่าน ในการรับสมัครผู้ที่สนใจช่วยงาน 6 งานหลักๆ โดยมีรายละเอียด ดังต่อไปนี้

1. งานจัดเตรียมและเก็บสถานที่ จำนวน 10-15 คน
ปฏิบัติงานวันศุกร์ที่ 4 ก.ย. (เวลา 9.00 – 17.00 น.) วันเสาร์ที่ 5 ก.ย. ช่วงเช้า (9.00-11.00 น.) และ วันอาทิตย์ที่ 6 ก.ย. (18.00-22.00 น.)
กางเต๊นท์และจัดซุ้มต่างๆ กางฉากกั้น จัดโต๊ะ เก้าอี้และติดป้ายต่างๆ
ดูแลวางระบบน้ำประปา และไฟฟ้าในบริเวณงาน (จะมีพี่ๆ คนไทยมาช่วยแนะนำ)
จัดเก็บซุ้ม ฉากกั้น โต๊ะ เก้าอี้ พร้อมทั้งเก็บกวาด ทำความสะอาดสถานที่
2. งานขายอาหาร จำนวน 40 คน
ปฏิบัติงานวันเสาร์ที่ 5 ก.ย. และ วันอาทิตย์ที่ 6 ก.ย. (9.00-22.00 น.)
จัดเตรียมอุปกรณ์ และอุ่นอาหารสำหรับขาย
ขายอาหาร
นับคูปองจากการขายอาหาร และสรุปยอดขายประจำวัน
ล้างและจัดเก็บอุปกรณ์หลังเลิกงาน
3. งานขายเครื่องดื่ม จำนวน 6 คน
ปฏิบัติงานวันเสาร์ที่ 5 ก.ย. และ วันอาทิตย์ที่ 6 ก.ย. (9.00-22.00 น.)
จัดเตรียมแช่เย็นเครื่องดื่ม เตรียมเบียร์
ขายเครื่องดื่ม
ล้างและจัดเก็บอุปกรณ์หลังเลิกงาน
4. งานถ่ายภาพ จำนวน 4-5 คน
ปฏิบัติงานวันเสาร์ที่ 5 ก.ย. (10.00-18.00 น.) และ วันอาทิตย์ที่ 6 ก.ย. (11.00-18.00 น.)
ถ่ายรูปงานพิธีเปิด และบรรยากาศในงาน
รวบรวมรูปภาพทั้งหมด จัดทำ CD ส่งให้สถานทูต
5. งานขายคูปอง จำนวน 4-5 คน
ปฏิบัติงานวันเสาร์ที่ 5 ก.ย. (10.00-20.00 น.) และ วันอาทิตย์ที่ 6 ก.ย. (10.00-20.00 น.)
ขายคูปองอาหารและเครื่องดื่ม
6. งานซุ้มโครงการหลวง จำนวน 2 คน
ปฏิบัติงานวันเสาร์ที่ 5 ก.ย. และ วันอาทิตย์ที่ 6 ก.ย. (9.00-20.00 น.)
แนะนำผลิตภัณฑ์เกษตรและโครงการหลวง พร้อมทั้งขายผลิตภัณฑ์
ทั้งนี้ ขอให้ผู้ที่สนใจช่วยงาน TGF ครั้งที่ 4 ไม่ว่าจะในงานใดๆ หรืออาจจะช่วยได้บางช่วงเวลา กรุณาแจ้งความจำนงไปยัง contact person ประจำเมืองของท่านเอง (เช็ครายชื่อ contact person ได้จาก website ของ TSAN) ภายในวันที่ 16 สิงหาคม นี้ นะคะ

หากมีข้อสงสัย สามารถติดต่อพี่ชล (email: cholbunnag@gmail.com มือถือ 06-31209521) หรือ พี่เค (email: kukiat@gmail.com มือถือ 06-47824740) ซึ่งเป็นผู้ประสานงานหลักสำหรับงาน TGF ครั้งนี้ค่ะ

** สำหรับผู้ที่ช่วยงาน TGF ครั้งที่ 4 นี้ จะได้รับการสนับสนุนค่าเดินทางเป็นบางส่วน

หวังว่างานในปีนี้ จะได้รับความร่วมมือจากพี่ๆ น้องๆ เป็นอย่างดีเหมือนเช่นเคยนะคะ
ขอบคุณจากใจค่ะ

ฝ่ายประชาสัมพันธ์ TSAN

Thai Student Association in the Netherlands

Web Site: thaistudents.nl
Contact Us: contact@thaistudents.nl

เพื่อนนักเรียนไทยทุกคนครับ ทางสถานทูตได้เชิญพวกเราและสาธุชนคนไทยในราชอาณาจักรเนเธอร์แลนด์เข้าร่วมงานทำบุญเลี้ยงพระ ซึ่งพวกเราสามารถเตรียมของใส่บาตรและสังฆทานไปทำบุญตามสะดวกครับ

กำหนดการทำบุญเลี้ยงพระ
วันเสาร์ที่ ๒๙ สิงหาคม ๒๕๕๒
ณ อาคารสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงเฮก

……………………………………..
เวลา o๙.๓o น. – ชาวไทยในเนเธอร์แลนด์ พร้อมครอบครัว เดินทางถึงสถานเอกอัครราชทูต

เวลา ๑o.oo น. – คณะสงฆ์จากวัดพุทธาราม (๓ รูป) และวัดพุทธวิหาร (๒ รูป) เดินทางถึงสถานเอกอัครราชทูต เอกอัครราชทูต ณ กรุงเฮก จุดธูปเทียนบูชาพระรัตนตรัย สมาทานศีล พระสงฆ์เจริญพระพุทธมนต์ รับประเคนดอกไม้และจตุปัจจัยจากเอกอัครราชทูตฯ และสาธุชนที่มาร่วมงาน

ถวายภัตตาหารเพลแด่พระสงฆ์

พระสงฆ์ให้พร กรวดน้ำอุทิศบุญกุศลให้ญาติผู้ล่วงลับ

ประพรมน้ำพระพุทธมนต์แก่สาธุชนที่มาร่วมงาน

เวลา ๑๒.๑๕ น. – พระสงฆ์เดินทางกลับ

สาธุชนทุกท่านร่วมรับประทานอาหารกลางวัน

Dordrecht Trip

บินเดี่ยว……เที่ยว Dordrecht
โดย สุนทร โทวรรณา

     “ทุกสิ่งทุกอย่างในโลกนี้ถึงแม้ว้ามันจะเป็นสิ่งเล็กๆ ที่เราอาจมองไม่เห็นค่าของมัน ถ้าเราได้ลองมองมันอีกครั้งสิ่งเล็กๆ เหล่านั้นมันยังคงเก็บความยิ่งใหญ่ของมันเอาไว้และรอคอยการค้นพบอยู่ทุกเวลา”
     เช้าวันนี้วันที่สภาพอากาศไม่เป็นใจที่สุดในการออกเดินทางไปเที่ยวชมเมืองแห่งศิลปะและวัฒนธรรมอย่างเมือง “Dordrecht” เมืองที่ติดกับ Rotterdam แต่กลับเป็นเมืองที่ผมไม่มีความรู้เกี่ยวกับเมืองนี้เลย จะว่าไปแล้วไม่ใช่แค่เมือง Dordrecht นะที่ผมไม่รู้แต่ผมรู้สึกว่า 2 ปีกว่าๆ ที่อยู่ที่ประเทศแห่งกังหันลมนี้ ผมรู้จักดินแดนแห่งนี้น้อยมาก ผมจึงเกิดแรงผลักดันให้เริ่มต้นในการออกเดินทางท่องเที่ยวเพื่อศึกษาลักษณะบ้านเมืองในแต่ละเมืองและศึกษาข้อมูลของประเทศนี้พอสังเขป มันมีเหตุผลอยู่ 2 ประการคือ การที่ผมเล่นเกม Facebook และดูหนังดูละครทางอินเตอร์เนตมาติดต่อกันสองถึงสามวันและอีกประการหนึ่งคือผมมีความคิดในการเขียนบทความเชิงท่องเที่ยวมาสักช่วงระยะหนึ่งแล้ว ทั้งสองส่วนนี้ที่ทำให้ผมฉุดคิดว่าผมน่าจะหาสิ่งใดสิ่งหนึ่งทำเพื่อให้ชีวิตในแต่ละวันของผมถูกใช้ไปอย่างมีคุณค่า
     การไปเยือนเมือง Dordrecht นี้เป็นทริปแรกของผมครับซึ่งผมใช้เวลาในการตัดสินใจไปเมืองนี้แค่ไม่กี่นาที ผมได้ใช้เวลาในการศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับเมืองๆ นี้แค่ไม่กี่ชั่วโมงในช่วงกลางดึกของเมื่อวาน พอวันรุ่งขึ้นผมตื่นตั้งแต่เช้าตรู่เพื่อมาจัดข้าวของและอาหารการกินในทริปนี้พอจัดเสร็จอาบน้ำแต่งตัวและออกจากบ้านตอนเวลา 8.00 น. ตอนนี้อากาศยังค่อนข้างเย็นอยู่ เพื่อที่จะไปขึ้นเรือที่ท่าเรือตรงสะพาน Erasmus อันที่จริงการเดินทางโดยรถไฟไปเมืองนี้สะดวก เร็ว และถูกกว่าทางเรือครับแต่ด้วยเหตุที่ผมเลือกการเดินทางทางน้ำก็เพราะผมอยากเปลี่ยนรูปแบบการเดินทางบ้างเพราะส่วนมากผมจะเดินทางโดยใช้รถไฟ อัตราค่าโดยสารของเรือจะคิดตามระยะทางครับ ถ้าระยะทางใกล้ก็ถูกหน่อยแต่ถ้าไกลออกไปราคาก็จะเพิ่มขึ้นมาอีก ราคาจากเมือง Rotterdam ถึง Dordrecht (23-07-09) อยู่ที่ 4.20 ยูโรครับ ใช้เวลาเดินทาง 1 ชั่วโมงโดยประมาณ เรือโดยสารจะจอดรับ-ส่งผู้โดยสารด้วยระหว่างทางประมาณ 4 ครั้ง มีข้อดีของเรือลำนี้คือเราสามารถเอาจักรยานขึ้นไปบนเรือได้โดยไม่เสียค่าบริการแต่ถ้าเราเอาขึ้นไปบนรถไฟเราจะเสียค่าโดยสารให้จักรยานเที่ยวละ 6 ยูโรต่อคัน เนื่องด้วยวันนี้เป็นวันที่อากาศค่อนข้างแย่เพราะฝนตั้งเค้าว่าจะตกลงมาตลอดเวลาจึงทำให้มีผู้โดยสารน้อยกว่าที่มันจะเป็น เรือลำนี้ล่องไปตามแม่น้ำ Nieuwe Mass และเรื่อยมาประมาณครึ่งชั่วโมงจึงเปลี่ยนเส้นทางไปยังแม่น้ำ Nord Mass และตรงไปเรื่อยๆ จนถึงเมือง Dordrecht ตลอดเส้นทางเราจะสังเกตเห็นท่ารับส่งสินค้าเล็กบ้างใหญ่บ้าง เมื่อมาถึงท่าเรือ Merwekade ซึ่งเป็นสถานีของเมือง Dordrecht เราจะสังเกตได้ว่ามันเหมือนเป็นสามแยกถ้าเราเปรียบเทียบกับถนน ซึ่งจริงๆ แล้วมันเป็นจุดที่แม่น้ำสามสายไหลมาบรรจบกันได้แก่ Oude Mass, Nord Mass และ Merwekade ก่อนที่เราจะเดินทางเข้าไปเที่ยวในตัวเมืองกันผมขอกล่าวถึง Dordrecht ในอดีตกันก่อนครับ ในอดีตนั้นเมืองนี้เป็นเมืองที่มีความสำคัญอีกเมืองหนึ่งของประเทศเนเธอร์แลนด์เนื่องด้วยมีแม่น้ำไหลผ่านหลายสายดังนั้นเมืองนี้จึงเป็นเมืองท่าและเป็นศูนย์กลางการติดต่อค้าขายทางน้ำ จะว่าไปแล้วคำว่า Dordrecht นี้แปลว่าอะไรและมาจากไหน ผมมีคำตอบครับ หลายๆท่านอาจจะคิดว่ามันได้มาจากชื่อของแม่น้ำสามสายที่ไหลมาบรรจบกัน แต่อันที่จริงแล้วมันได้มาจากชื่อแม่น้ำสายเล็กๆ สายหนึ่งที่ชื่อว่า Thuredirth ซึ่งคำว่า Thure มีความหมายว่า ผืนดินที่มีลักษณะเป็นเกาะแก่งที่โผล่ขึ้นมาและมีน้ำตื้นๆ ซึ่งเราสามารถเดินข้ามไปยังอีกฝั่งหนึ่งได้ ส่วน Dordrecht ก็แปลว่า เขตน้ำตื้นที่สามารถเดินได้

 
     เมื่อเรือมาจอดเทียบท่าแล้วก้าวแรกที่ผมเหยียบย่างเข้ามาในเมืองนี้เต็มไปด้วยความงุนงงอย่างรุนแรง เพราะว่าผมไม่รู้จะเดินไปทางไหนก่อน ผมจึงเลือกเอาทางใดทางหนึ่งซึ่งผมเลือกผิดครับ ผมจึงเดินไปแบบไม่มีจุดหมายอยู่ประมาณ 20 นาที ซึ่งจากที่ผมศึกษาข้อมูลมาพอมาถึงแล้วเดินประมาณสองนาทีเราน่าจะเห็นประตูเข้าเมืองขนาดใหญ่และเก่าแก่ก่อนครับหรือที่คนดัชต์เรียกกันว่า Groothoofdspoort แต่อย่างไรก็ตามในเมืองผมมาถึงแล้วจึงต้องเข้าไปในเมืองให้ได้ ในขณะที่เดินไปเรื่อยๆ นั้นผมได้สังเกตเห็นตึกรามบ้านช่องของคนเมืองนี้ จากรูปร่างภายนอกแล้วผมแบ่งบ้านของเมืองนี้ออกเป็น 3 แบบด้วยตัวของผมเอง นั่นคือตึกเก่าที่ยังไม่มีการดัดแปลง แบบที่ 2 คือตึกแบบมาตรฐานของดัตช์ และแบบที่ 3 สมัยใหม่ ซึ่งทั้งสามแบบนี้จะอยู่สลับกันไปในถนนสายเดียวกัน และเนื่องจากมันถูกสร้างไม่พร้อมกันมันจึงทำให้แนวตึกมันไม่เท่ากันหรือเหมือนกับว่าบางตึกมันเองเข้ามาหาเรา ผมจะพูดถึงแบบบ้าน 3 แบบที่ผมตั้งขึ้นมานะครับว่ามันเป็นยังไง
1. แบบเก่าแก่ คือ ตึกที่สร้างมานานแล้วและยังไม่มีการปรับปรุง ถ้าสังเกตผนังแล้วก้อนอิฐจะค่อนข้างเก่าและผุบางก้อน
2. แบบมาตราฐานของดัตช์คือตึกที่มีการสร้างขึ้นมาใหม่และสามารถเห็นได้ทั่วไปในเนเธอร์แลนด์ เช่นตึกที่อยู่อาศัยใน Deventer
3. ตึกสมัยใหม่ ตึกนี้จะเป็นตึกที่มีการฉาบผนังให้เรียนและทาสี สีของตึกสมัยใหม่ในเมืองนี้จะเป็นสีออกขาวๆ และตรงขอบของจะเป็นสีเทาครับ ที่น่าแปลกใจในเมืองนี้อีกอย่างนึงก็คือ stadhuis ของเมืองนี้เป็นตึกสมัยใหม่ซึ่งผมคิดว่า Stadhuis น่าจะเป็นตึกสมัยเก่าที่ใช้งานมานานแล้ว

     หลังจากนั้นก็เดินตรงไปยัง Grote Kerk หรือโบสถ์ใหญ่ครับซึ่งมันก็ใหญ่สมชื่อผมเดินเข้าไปข้างในโดยไม่ต้องเสียค่าธรรมเนียมการเข้าชมครับ ซึ่งถ้ามองดูโดยรอบๆ แล้วโบสถ์แห่งนี้เป็นโบสถ์ที่มีการตกแต่งภายในแบบนิกาย Protestant ด้วยเหตุที่มันมีการระดับตกแต่งแบบเรียบง่ายไม่ค่อยมีงานศิลปะเหลือรูปวาดที่หลากหลายแต่มันถูกตกแต่งด้วยกระจกสีตามหน้าต่างแค่นั้น ส่วนถ้าเป็นนิกาย catholic จะมีการตกแต่งเยอะมากโดยส่วนมากจะเป็นการใช้รูปวาดฝาผนังบอกเล่าเรื่องราวของพระเยซูคริสต์ กลับมาที่Grote Kerk กัน ภายในโบสถ์มีการจัดนิทรรศการแสดงความเป็นมาของลัทธิ Calvinism และประวัติของนาย Calvin ซึ่งเป็นผู้ก่อตั้งนิกายนี้ชาวฝรั่งเศส จะว่าไปแล้วนิกาย Calvinism กับนิกาย Protestant ก็คือนิกายเดียวกันครับ มันมีประโยคหนึ่งที่ Calvin ได้กล่าวไว้ว่า เราจะไม่พูดเกี่ยวกับตัวของเรา หรือ I will not talk about myself ซึ่งผู้คนต่างมองออกไปหลายๆ มุมเพราะถ้าจะว่าไปแล้วเวลาเรามีอะไรดีเกี่ยวกับตัวเรา เราก็อยากจะบอกว่าเราดีนะ ถ้าจะให้เปรียบไปแล้วคำนี้น่าจะหมายถึงประโยคที่ว่า “ปิดทองหลังพระ” ที่น้อยคนนักทำได้

     ผมใช้เวลาอยู่ในโบสถ์นั้นค่อนข้างนานเนื่องจากฝนตกหนักมาก พอฝนเริ่มซาลงไปผมจึงออกไปเดินดูในตัวใจกลางเมืองซึ่งมันก็ทำให้เราเห็นถึงความทันสมัยของเมืองนี้ในอีกมุมมองหนึ่งที่แตกต่างกันออกไปใจจริงอยากจะไปเดินดูสิ่งที่มีชื่อเสียงของเมืองนี้อีกแต่ว่ามันช่างเหนื่อยเหลือเกินที่ต้องเดินแข่งกับสาบฝนที่ร่วงหล่นลงมาตลอดเวลาถึงแม้ว่ามันจะไม่ตกหนักมากแต่มันก็ทำให้เราเปียกได้ จะว่าไปแล้วการมาบินเดี่ยวในครั้งนี้ทำให้ผมได้กลับมาหยุดคิดอะไรหลายๆ สิ่งหลายๆ อย่างที่แตกต่างออกไป มีเวลาอยู่กับตัวเราเองและได้มองเห็นว่าถึงแม้เมืองเล็กๆ ที่เรานั่งรถไฟผ่านเป็นประจำและอยู่ใกล้จนเราคิดว่ามันไม่มีอะไรสำคัญแต่พอเราได้มาสัมผัสแล้ว ทุกสิ่งทุกอย่างในโลกนี้ถึงแม้ว้ามันจะเป็นสิ่งเล็กๆ ที่เราอาจมองไม่เห็นค่าของมัน ถ้าเราได้ลองมองมันอีกครั้งสิ่งเล็กๆ เหล่านั้นมันยังคงเก็บความยิ่งใหญ่ของมันเอาไว้และรอคอยการค้นพบอยู่ทุกเวลา…….

“เราจะไม่พูดเกี่ยวกับตัวของเรา หรือ I will not talk about myself ซึ่งผู้คนต่างมองออกไปหลายๆ มุมเพราะถ้าจะว่าไปแล้วเวลาเรามีอะไรดีเกี่ยวกับตัวเรา เราก็อยากจะบอกว่าเราดีนะ ถ้าจะให้เปรียบไปแล้วคำนี้น่าจะหมายถึงประโยคที่ว่า “ปิดทองหลังพระ” ที่น้อยคนนักทำได้”
Dor1

Happy in Lao

ม่วนซื่นกันที่ลาว
โดย วทันยา สิงหาษา
     สวัสดีค่ะท่านผู้อ่านทุกท่าน ในขณะที่เขียนคอลัมน์ให้กับจดหมายข่าวอยู่นี้ดิฉันได้มีโอกาสไปเยี่ยมครอบครัวในแขวงจำปาสัก สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว ในฉบับนี้ดิฉันอยากเล่าประวัติตนเองเล็กๆน้อยว่า คุณปู่ของดิฉันเป็นนายตำรวจประจำมณฑลอุบลราชธานี ไปประจำที่แขวงจำปาสักซึ่งยังเป็นของไทยในสมัยนั้นแล้วได้พบกับคุณย่าซึ่งเป็นสาวชาวจำปาสัก ดิฉันจึงเป็นลุกเสี้ยวชาวลาว พูดภาษาลาว (อิสาน)เป็นภาษาแรกด้วยประการฉะนี้ ฉบับนี้ดิฉันจึงขอถือโอกาสนี้เล่าประสบการณ์เล็กๆน้อยๆ จากการได้ไปเห็นไปสัมผัสหลายสิ่งหลายอย่างที่ลาวมาค่ะ
      วัฒนธรรมและความเป็นอยู่ของคนลาวกับคนไทยนั้นแทบจะไม่ต่างกันค่ะ เริ่มตั้งแต่เรื่องของภาษา ที่ฟังกันพอรู้เรื่อง สำหรับท่านผู้อ่านที่พูดอิสานได้แล้ว การไปเที่ยวลาวก็เหมือนไปเยี่ยมจังหวัดเพื่อนบ้านในอิสาน แต่สำเนียงของคนลาวทางเหนือจะเหมือนกับภาษาคำเมืองในไทย เพราะมีการใช้คำว่า เจ้า ลงท้ายเพื่อความสุภาพ เรื่องภาษาเขียนอาจจะต้องใช้เวลานิดหน่อยในการทำความเข้าใจ ตัวอักษรเค้าคล้ายๆอักษรไทย แต่สามารถทำให้เรางงได้ มีครั้งหนึ่งดิฉันไปคิดว่าเบียร์ยี่ห้อหนึ่งของลาวชื่อ เขยลาว เพราะสระเอียของเค้าไม่มีสระอีกำกับ ดิฉันคิดว่ามันมียี่ห้อเบียร์อย่างนั้นในลาวอยู่นานจนมีคนอธิบายให้ฟังว่ามันคือ เบียร์ลาว ไม่ใช่เขยลาวแต่ประการใด
      เรื่องของอาหารการกิน คนลาวเค้าก็ทานไม่ต่างจากชาวอิสานบ้านเราค่ะ คือมีข้าวเหนียวเป็นหลัก พวกกับข้าวก็มี ลาบ ส้มตำ ไก่ย่าง ถ้าเข้าไปในเมืองของเค้าจะเห็นหลายร้านขายก๋วยเตี๋ยวเวียดนามที่เรียกว่า เฝอ เป็นก๋วยเตี๋ยวเนื้อทานกับผักจิ้มกะปิ และมีน้ำจิ้มรสจัดถ้วยเล็กๆเคียงอยู่ด้วย อาหารที่ไม่ควรพลาดอีกอย่างคือ อั่วกบ ซึ่งก็คือย่างกบยัดไส้เครื่องเทศ รสชาติไม่ต่างจ่างไส้อั่ว ผิดแต่ว่ามันเป็นกบเสียบไม้สามตัวเรียงกัน เสียดายที่ดิฉันไม่มีรูปประกอบให้ชมค่ะ 

      การคมนาคมในลาวนั้นอาจจะขลุกขลักนิดหน่อย เนื่องจากถนนหนทางยังไม่ค่อยดี ถ้าขับรถเองต้องระวังค่ะ เพราะมีพวกแพะ วัว และสุนัข ที่ชอบข้ามไปมาระหว่างสองฟากถนน และที่โน่นขับรถฝั่งขวา พวกเรานักเรียนไทยที่ชินกับการขับรถชิดขวาที่เนเธอร์แลนด์แล้วคงไม่มีปัญหาในเรื่องนี้ ราคาของรถบริการในลาวนั้นไม่ได้กำหนดไว้ตายตัวแต่ส่วนมากเค้าจะตั้งไว้สูงก่อนให้เราเป็นคนต่อรองจนได้ราคาที่พอใจทั้งสองฝ่าย สะพานข้ามแม่น้ำโขงไม่ได้มีหลายจุด ทำให้บางทีการข้ามแม่น้ำโขงเป็นเรื่องที่ต้องอาศัยความอดทน เนื่องจากต้องรอแพข้าม

     สิ่งที่ดิฉันประทับใจในประเทศลาวก็คือความมีน้ำใจและการช่วยเหลือเผื่อแผ่ เมื่อล้อรถของคณะเดินทางของพวกเราเข้าไปติดอยู่ในตม ชาวบ้านที่พักอาศัยอยู่ในละแวกรีบเร่งแข็งขันมาดันให้รถพ้นออกจากหล่มโดยไม่สนใจว่าเสื้อผ้าของพวกเขานั้นอาจจะเปรอะเปื้อนไปด้วยโคลนตมได้ เรื่องขโมยนั้นและอาชญากรรมนั้นก็พบเห็นได้ยาก ดิฉันสังเกตว่าที่ร้านขายทองในปากเซ เมืองใหญ่ของจำปาสักนั้นไม่มีตำรวจสักนายเฝ้าอยู่เลย แสดงว่าคงไม่มีการจี้ปล้นร้านทองบ่อยเหมือนที่บ้านเรา นอกจากนี้ที่โน่นยังเป็นสังคมที่ปราศจากความรีบเร่ง ผู้คนที่โน่นจึงยิ้มแย้มแจ่มใสไม่เอารัดเอาเปรียบกันเหมือนกับที่พบเห็นได้ตามเมืองใหญ่ๆ ธรรมชาติในลาวเองก็ยังสมบูรณ์อยู่มาก ภูเขาที่เห็นในจำปาสักนั้นเต็มไปด้วยป่าไม้ (โดยเฉพาะไม้สัก) สองข้างทางเต็มไปด้วยแหล่งท่องเที่ยวธรรมชาติ ทั้งน้ำตกและป่าริมแม่น้ำ ที่ปากช่องมีการทำ ไร่กาแฟที่มีผลผลิตเป็นกาแฟรสชาติเข้มข้น ห่างจากตัวเมืองจำปาสักเล็กน้อยมีวัดพู ซึ่งเป็นโบราณสถานศิลปกรรมแบบเขมรอายุหลายร้อยปีตั้งอยู่บนภูเขา สำหรับผู้ที่ต้องการขึ้นไปนมัสการวัดพูต้องเตรียมพร้อมร่างกายกันให้ดีเสียก่อนเพราะต้องปีนบันไดขี้นกันหลายขั้น

     ตอนนี้ได้เวลากลับเมืองไทยแล้ว ดิฉันหวังว่าบทความฉบับนี้จะเป็นข้อมูลที่มีประโยชน์ไม่มากก็น้อยสำหรับเพื่อนนักเรียนชาวไทยที่จะมีโอกาสได้ไปเยี่ยมชมประเทศลาวในอนาคต สำหรับผู้อ่านท่านใดมีความเห็นเกี่ยวกับประเทศลาวนอกจากนี้สามารถแสดงความเห็นได้ข้างล่างค่ะ

วันจันทร์ที่ 27 กรกฎาคม 2552 นายกสมาคมและตัวแทนคณะกรรมการนักเรียนไทยในราชอาณาจักรเนเธอร์แลนด์ ตัวแทนเจ้าของกิจการไทย มูลนิธิไทยและสมาคมสยาม ได้เข้าพบท่านเอกอัครราชทูตไทยประจำราชอาณาจักรเนเธอร์แลนด์เนื่องในโอกาสที่ท่านได้เข้ารับตำแหน่งใหม่ สรุปประเด็นที่ได้หารือร่วมกันดังนี้
1. สมาคมนักเรียนไทยฯได้เสนอเรื่องสถานที่ตั้งถาวรสำหรับสมาคมฯ ทางสถานทูตไม่รับปากว่าจะสามารถเป็นที่ทำการของสมาคมได้ แต่อนุญาตให้ส่งเอกสารของสมาคมมายังที่อยู่ของสถานทูตได้ สำหรับสถานที่จัดกิจกรรมถ้าหากจำนวนคนไม่มาก สถานทูตยินดีอำนวยความสะดวก
2. ต่อจากประเด็นในเรื่องที่หนึ่ง สมาคมนักเรียนไทยสามารถเช่ากล่องไปรษณีย์ โดยทางสถานทูตร่วมกับมูลนิธิไทยและสมาคมสยามยินดีออกค่าใช้จ่ายให้ ทั้งนี้จะมีการตรวจสอบราคาค่าเช่ากล่องไปรษณีย์และหารือในที่ประชุมคณะกรรมการสมาคมฯต่อไป
3. ทางสถานทูตมีเงินเหลือก่อนปิดงบประมาณสิ้นเดือนกันยายน 2552 ให้นายกสมาคมนักเรียนไทยฯเสนอโครงการเพื่อพิจารณา โดยทางสมาคมจะยื่นโครงการประกวดภาพถ่ายหัวข้อ “Summer of Love”
4. งาน TGF ตัวแทนมูลนิธิไทยเสนอให้มีการแบ่งงานที่ชัดเจนสำหรับงาน TGF เนื่องจากในปีที่ผ่านมามีคนขาดในบางจุดและการกระจายงานยังไม่รัดกุมพอ ทางตัวแทนนักเรียนไทยก็เสนอว่ามีข้อจำกัดของตัวเองเช่นกัน จึงเสนอให้ไปคุยกันในรายละเอียดในการประชุม TGF แทน ประเด็นเรื่องที่พักของนักเรียนที่จะมาช่วยงาน ทางมูลนิธิไทยตอบรับว่ายินดีจะสนับสนุน ส่วนระบบการบริหารงบประมาณที่ให้นักเรียน จะนำเสนอในการประชุม TGF ต่อไป

เพลงนี้ต้องขอขอบคุณ พี่กิ๊ก พี่เน็ต น้องนุ และน้องอิมรอน ที่ช่วยเป็นแหล่งข้อมูลสำหรับการแต่งเพลงๆนี้ครับ หวังว่าเพลงนี้จะแทนความรู้สึกของทุกๆคนที่มีต่อพี่ไก่ได้ครับ

ขอบคุณที่ช่วยดูแล

คำร้อง/ทำนอง: กู้เกียรติ ทุดปอ , ชล บุนนาค

ขอบคุณที่ดูแล ขอบคุณที่คอยใส่ใจ ร่วมทุกข์ร่วมสุขและคอยห่วงใย เป็นกำลังใจเสมอมา

ผู้ใหญ่ใจดี ชอบช่วยเหลือนักเรียนไทย นอกจากกำลังใจ ยังเคยให้ตังค์พวกเรา

เมื่อเราอยากได้คำปรึกษา แต่หาใครไม่เจอ คนเดียวที่พร้อมและเต็มใจเสมอ คือเธอคนนี้

ขอบคุณที่ดูแล ขอบคุณที่คอยใส่ใจ ร่วมทุกข์ร่วมสุขและคอยห่วงใย เป็นกำลังใจให้กัน

ขอบคุณที่ดูแล ขอบคุณที่คอยใส่ใจ ร่วมทุกข์ร่วมสุขและคอยห่วงใย เป็นกำลังใจเสมอมา

(โซโล)

เมื่อเกิดปัญหา ไม่ว่ามันจะร้ายแรงเท่าไร แค่เพียงมองไป ก็จะเห็นเธออยู่ตรงนี้

ทุกครั้งที่ฉันเหนื่อยล้า หาใครไม่เจอ คนเดียวที่รักและเขเาใจเสมอ คือเธอคนนี้

ขอบคุณที่ดูแล ขอบคุณที่คอยใส่ใจ ร่วมทุกข์ร่วมสุขและคอยห่วงใย เป็นกำลังใจให้กัน

ขอบคุณที่ดูแล ขอบคุณที่คอยใส่ใจ ร่วมทุกข์ร่วมสุขและคอยห่วงใย เป็นกำลังใจเสมอมา

ขอบคุณที่ดูแล ขอบคุณที่คอยใส่ใจ ร่วมทุกข์ร่วมสุขและคอยห่วงใย เป็นกำลังใจให้กัน

ขอบคุณที่ดูแล ขอบคุณที่คอยใส่ใจ ร่วมทุกข์ร่วมสุขและคอยห่วงใย เป็นกำลังใจเสมอมา

ร่วมทุกข์ร่วมสุขและคอยห่วงใย เป็นกำลังใจเสมอมา

« Newer Posts - Older Posts »